XO (BUY : Fair Price : 21.20) : 2H25 ไม่สดใสนัก หลังลูกค้าสต๊อกยังล้น

Published
Share this article:

ภาพรวมช่วง 2H25 ของ XO ดูจะไม่สดใสนัก หลังจากผู้บริหารให้ข้อมูล ว่าสต๊อกลูกค้ายังค่อนข้างมาก ทำให้การสั่งซื้อในช่วงนี้ยังไม่มากนัก โดยเฉพาะลูกค้าหลักอย่างทวีปยุโรป ที่มีรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ แม้ว่าบริษัทจะมีการหาตลาดใหม่มาชดเชยแต่ยังไม่สามารถทดแทนได้ (ล่าสุดเริ่มกลับเข้าห้างเทสโก้ประเทศอังกฤษได้แล้ว แต่สาขายังไม่มากนัก) โดยผู้บริหารประเมินว่าจะใช้เวลาประมาณ 4-6 ไตรมาสถึงจะเห็นการฟื้นตัวได้อย่างชัดเจน ดังนั้นรวมแล้วเราจึงยังคงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมก่อนที่ 590 ล้านบาท (-25%YoY) สำหรับผลประกอบการงวด 2Q25 มีกำไรสุทธิ 170 ล้านบาทยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนแต่ดีขึ้นจาก 1Q25 เพราะรับรู้รายได้ที่ล่าช้ามาจากไตรมาสก่อน

**2Q25 กำไรสุทธิ 170 ล้านบาท (-32%YoY,+50%QoQ) **

• XO มีกำไรสุทธิ 2Q25 170 ล้านบาท (-32%YoY,+50%QoQ) เทียบกับปีก่อนลดลงมากจากตลาดทวีปยุโรป ส่วนการฟื้นตัวจาก 1Q25 ส่วนหนึ่งมาจากคำสั่งซื้อที่ล่าช้าจากไตรมาสก่อนหน้า

• รายได้ 608 ล้านบาท (-14%YoY,+26%QoQ) เทียบกับปีก่อนลดลงทุกตลาดโดยตลาดหลักอย่างทวีปยุโรปลดลง 13%YoY ส่วนการฟื้นตัวจาก 1Q25 เป็นไปตามที่กล่าวไปข้างต้น

• กำไรขั้นต้นที่ 47% ทรงตัวจาก 1Q25 แต่ลดลงจาก 50% ใน 2Q24 เพราะมีปริมาณการผลิตที่ลดลง

• ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 92 ล้านบาท (-4%yoY,-5%QoQ) ลดลงตามยอดขายและการทำการตลาดที่ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้นเพราะมีการใช้ระบบสารสนเทศ

• ภาษีจ่ายที่ 20 ล้านบาท (+129%yoY,+11%QoQ) คิดเป็นอัตราภาษีที่ระดับ 10% เพิ่มจาก 3% ใน 2Q24 เพราะสิทธิบัตร BOI หมด แต่ลดลงจาก 13% ใน 1Q25 หลังเดินเครื่องจักรใหม่ที่ทำให้ได BOI กลับมา

• รวม 1H25 XO มีกำไรสุทธิ 282 ล้านบาท (-45%YoY)

ลูกค้าสต๊อกเยอะเกินคาด ทำให้ 2H25 ไม่ดีนัก

แนวโน้มช่วง 2Q25 ข้อมูลล่าสุดจากผู้บริหารในการประชุม Opportunities day ผู้บริหารแจ้งว่าปัจจุบันสต๊อกลูกค้ายังมีอยู่ค่อน ข้างมาก ทำให้คำสั่งซื้อใหม่ๆ ที่จะหนุนการเติบโตยังไม่มากนัก และส่งผลให้ยอดขายในช่วง 2H25 มีโอกาสเห็นการลดลงจาก 1H25 ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต่างจากบทวิเคราะห์ฉบับก่อนหน้านี้ โดยรวมทั้งปีคาดว่ารายได้จะลดลงประมาณ 15% จากปี 24 (1H25 รายได้ลดลง 23%YoY) ทั้งนี้ผู้บริหารคาดว่าจะเริ่มเห็นการเติบโตอย่างชัดเจนในช่วง 2H26 เป็นต้นไป (ผู้บริหารอิงจากในอดีตวงจรของยอดขายจะใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 4-6 ไตรมาสจากจุดสูงสุดในการสั่งแต่ละครั้ง) ทั้งนี้ XO เองมีการหา ตลาดใหม่ๆ เช่นกันอย่างเช่นการ เข้าห้างเทสโก้ที่ประเทศอังกฤษ ที่เริ่มกลับเข้าไปขายได้อีกครั้ง (ล่าสุดมีวางขายประมาณ 400 สาขาจาก 3,000 สาขา)

**ระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยบวกมากนัก **

สำหรับคำแนะนำการลงทุน แม้เราจะยังแนะนำ “ซื้อ” เพราะราคาปิดมีส่วนต่างกับมูลค่าพื้นฐานที่เราประเมินไว้ที่ 21.2 บาท (15XPER’25E) กว่า 33% แต่ด้วยแนวโน้มในช่วง 2H25 ผู้บริหารประเมินว่าผลประกอบการจะชะลอตัวลง ทำให้แนวโน้ม 3Q25 อาจจะไม่สดใสนัก ดังนั้นการลงทุนระยะสั้นๆอาจจะรอความชัดเจนของแนวโน้มผลประกอบการก่อนเข้าลงทุน โดยเรายังคงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมที่ 590 ล้านบาท (-25%YoY)