TVO (BUY : Fair Price : Bt 29.00) : กำลังการผลิตใหม่เริ่มเดินเครื่องจักรแล้ว

Published
Share this article:

**TVO มีกำไรสุทธิ 3Q25 ที่ 486 ล้านบาท (+11%YoY,-25%QoQ) แต่ถ้าไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรปกติที่ระดับ 431 ล้านบาท (-19%YoY, -45%QoQ) เริ่มได้รับแรงกดดันจากราคากากถั่วเหลืองที่ปรับตัวลดลงแรง แม้ในต้นทุนจะปรับตัวลดลงเช่นกัน ทำให้กำไรขั้นต้นยังถือว่าอยู่ในระดับสูงถ้าเทียบกับในอดีต ด้านแนวโน้มราคาถั่วเหลืองระยะสั้นเริ่มเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังผลผลิตจากสหรัฐฯออกมาต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้แนวโน้มในช่วง 4Q25 ด้วยกำลังการผลิตใหม่ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือน ก.ย. จะทำให้รายได้มีโอกาสเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 3Q25 ได้ และทำให้เราปรับกำไรปี 25 ขึ้นเล็กน้อยเป็น 2,136 ล้านบาท คำแนะนำการลงทุนยังคงแนะนำให้ “ซื้อ” เพื่อรับเงินปันผลเป็นหลัก โดยคาดว่าปี 25 จะจ่าย 1.92 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนกว่า 8%) **

3Q25 กำไรสุทธิ 486 ลบ. (+11%YoY,-25%QoQ)

• TVO มีกำไรสุทธิ 3Q25 ที่ 486 ล้านบาท (+11%YoY,-25%QoQ) ถ้าไม่รวมรายการพิเศษที่เป็นกำไรประมาณ 55 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 431 ล้านบาท (-19%YoY,-45%QoQ) ได้รับแรงกดดันจากราคาขายกากถั่วเหลืองที่ปรับตัวลดลงแรงในทิศทางเดียวกับตลาดโลก แม้ในปริมาณขายยังคงใกล้เคียงกับปีก่อนได้อยู๋

• รายได้อยู่ที่ 6,405ล้านบาท (-17%YoY,-4%QoQ) แรงกดดันหลักมาจากราคากากถั่วเหลืองที่ปรับตัวลดลงตามที่กล่าวไปข้างต้น ส่วนธุรกิจน้ำมันเทียบกับปีก่อนรายได้ทรงตัวจากผลดีของราคาขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณขายลดลงตามเศรษฐกิจ

• กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.8% ดีขึ้นจาก 10.5% ใน 3Q24 ยังคงได้รับผลดีจากต้นทุนที่ลดลงมากกว่าราคาขาย แต่ลดลงจาก 16.1% ใน 2Q25 เนื่องจากเริ่มได้รับผลกระทบมากขึ้นจากราคาที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 239 ล้านบาท (+2%YoY,+4%QoQ)

• รายได้อื่นอยู่ที่ 47 ล้านบาท (-23%YoY,-53%QoQ) ลดลงจากเงินปันผลรับที่มีเพียง 20 ล้านบาทจาก 50 ล้านบาทใน 3Q24 และ 76 ล้านบาท ใน 2Q25

• รวมในช่วง 9M25 TVO มีกำไรสุทธิ 1,667 ล้านบาท (+29%YoY)

**ระยะสั้นราคาเมล็ดถั่วเหลืองเริ่มเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น **

ภาพรวมราคาเมล็ดถั่วเหลืองในตลาดโลกระยะสั้นเริ่มเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ หลังจากปริมาณผลผลิตของสหรัฐฯออกมาต่ำกว่าคาด โดยผลสำรวจในเดือน พ.ย. คาดว่าสหรัฐฯมีผลผลิตที่ระดับ 115.8 ล้านตัน ลดลงจากการสำรวจในเดือน ก.ย. ที่คาดไว้ที่ระดับ 117.1 ล้านตัน ขณะที่ผลผลิตจากทางอเมริกาใต้ (บราซิลและอาเจนติน่า) คาดผลผลิตเพิ่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่งผลให้ปริมาณสต๊อกท้ายฤดู 25/26 จะลดลงเหลือ 122 ล้านตัน จาก 123 ล้านตันในฤดูกาล 24/25
ส่วนธุรกิจน้ำมันพืช คาดว่าทรงตัวเนื่องจากผลผลิตน้ำมันปาล์มของมาเลเซียปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก

**กำลังการผลิตใหม่มาแล้ว **

แนวโน้มช่วง 4Q25 ในแง่รายได้คาดเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 3Q25 หลังจากกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น 20% เริ่มผลิตสินค้าขายแล้ว แต่ในส่วนของกำไรสุทธิยังต้องติดตามเรื่องราคาขายอีกครั้งว่าจะเป็นเท่าใดเพราะจะกระทบกับกำไรขั้นต้นได้ เบื้องต้นคาดกำไรอยู่ในกรอบ 450-500 ล้านบาท และทำให้เราปรับกำไรทั้งปีขึ้นเล็กน้อยเป็น 2,136 ล้านบาท (+2%YoY) สำหรับคำแนะนำการลงทุน เรายังแนะนำ “ซื้อ”เพื่อรับเงินปันผลเป็นหลัก โดยคาดว่าปี 25 จ่ายที่ 1.92 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนกว่า 8% ประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ที่ 29 บาท (13XPER’26E)