TU (BAY : Fair Price : Bt 15.40) : 2Q26 กำไรดีเกินคาด

Published
Share this article:

เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม ด้วยปัจจัยบวกจากผลประกอบการงวด 2Q26 ที่ดีกว่าตลาดคาดไว้โดยมีกำไรปกติสูงถึง 1,361 ล้านบาท จากผลดีของอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงเป็นสถิติใหม่รายไตรมาส รวมถึงแนวโน้มช่วง 2H26 ที่มีข่าวดีหลายด้านไม่ว่าจะเป็นช่วง Peak ของการส่งออก ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงและประเทศอังกฤษ ปรับลดภาษีนำเข้าปลาทูน่าจากไทยลงเหลือ 0% จาก 24% จะหนุนการเพิ่มขึ้นของรายได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเราต้องติดตามราคาปลาทูน่าอย่างใกล้ชิดเพราะเดือน ก.ค. คาดว่าจะกลับมาสูงถึง 1,900 เหรียญฯ/ตัน อีกครั้ง TU จ่ายปันผล 1H26 ที่ 0.4 บาท/หุ้น XD 14 ส.ค.

2Q26 กำไรสุทธิ 1,264 ล้านบาท (-1%YoY,+14%QoQ)

• TU มีกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1,264 ล้านบาท (-1%YoY,+14%QoQ) ถ้าไม่รวมรายการพิเศษอย่างที่ส่วนใหญ่เป็นขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 70 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 1,361 ล้านบาท (+11%YoY, +53%QoQ) ได้รับผลดีจากกำไรขั้นต้นที่สูงเป็นสถิติใหม่

• รายได้ที่ 33,845 ล้านบาท (+1%YoY,+6%QoQ) เติบโตดีในกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปโดยเฉพาะปลาซาร์ดีนและแมคเคอเรล อาหารสัตว์เลี้ยง และสินค้ากลุ่ม Value added ส่วนอาหารแช่แข็งลดลงเล็กน้อยจากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำของ TFM

• กำไรขั้นต้นที่ 21.4% เพิ่มขึ้นจาก 19.7% ใน 2Q25 และ 18.2% ใน 2Q25 ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส ได้รับผลดีจากธุรกิจธุรกิจอาหารแปรรูปที่ยังไม่ถูกกระทบจากราคาปลาทูน่าที่ปรับตัวดีขึ้น รวมกับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่ได้รับผลดีจากภาษีที่ได้รับคืนจากสหรัฐฯ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 5,062 ล้านบาท (+9%YoY, +9%QoQ) เพิ่มขึ้นในส่วนของค่าขนส่งจากผลกระทบของราคาน้ำมันรวมกับค่าใช้จ่ายทางการตลาด

• ดอกเบี้ยจ่ายที่ 576 ล้านบาททรงตัวจากปีก่อนแต่เพิ่มขึ้น 9%QoQ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ 148 ล้านบาท (-6%YoY,-51%QoQ) ภาษีจ่าย (ไม่รวมรายการพิเศษ) ที่ 337 ล้านบาท (+61%YoY) พลิกจากรายได้ภาษี 23 ล้านบาทใน 1Q26 โดยภาษีที่สูงส่วนหนึ่งมาจากเงินคืนจากภาษีสหรัฐฯที่เสียภาษีในอัตราสูง

**2H26 High Seasons คาดรายได้โตได้ต่อ **

ภาพรวมในช่วง 2H26 ในแง่รายได้คาดยังเห็นการเติบโตได้ต่อเนื่องจากการเข้าสู่ช่วง High Seasons ของการส่งออก รวมถึงจะเริ่มเห็นผลดีจากการที่อังกฤษ (5% ของรายได้รวม) ปรับลดภาษีนำเข้าทูน่าจากไทยลงเหลือ 0% จาก 24% ที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามสิ่งที่อาจจะกดดันผลประกอบการคือราคาปลาทูน่าที่เดิมคาดว่าจะลดลงแต่ด้วยราคาน้ำมันที่กลับมาเพิ่มขึ้นในเดือน ก.ค. ทำให้ราคาปลาในเดือนดังกล่าวมีโอกาสกลับไปสู่ระดับ 1,900 เหรียญฯ/ตัน เป็น
ปัจจัยกดดันให้กำไรขั้นต้นในช่วง 3Q26 อาจจะไม่สูงเท่า 2Q26

ที้งนี้ระยะยาว TU มีการจัดทำแผนปรับลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลง 0.8-1% ภายใน 2 ปี จากปัจจุบันที่สูงถึง 14.8%

**ปรับกำไรทั้งปีขึ้นเล็กน้อย คงคำแนะนำ “ซื้อ” **

กำไรปกติในช่วง 1H26 คิดเป็นสัดส่วน 48% ของกำไรทั้งปีที่เราประเมินไว้ที่ 4,721 ล้านบาท ซึ่งด้วยความสามารถในการกำไรที่สูงทำให้เราปรับกำไรทั้งปีขึ้นเล็กน้อยเป็น 4,854 ล้านบาท โดยปรับกำไรขั้นต้นเป็น 19.7% จากเดิม 19% คำแนะนำการลงทุนจากผลประกอบการที่ออกมาดี เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิมและประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ใหม่ที่ 15.4 บาท (13.5X’PER26E) โดย TU จ่ายเงินปันผลงวด 1H26 ที่ระดับ 0.4 บาท/หุ้น XD 14 ส.ค. จ่าย 28 ส.ค.