TISCO (HOLD : Fair Price : Bt 125.00) : คาดกำไรใน 3Q26 เพิ่มขึ้น YoY ทรงตัว QoQ

Published
Share this article:

คงคำแนะนำ "ถือ" ปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานเป็น 125 บาท จากการปรับใช้มูลค่าพื้นฐานปี 2027 คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 16%, TG 2%) อิงจาก 2.2x PBV’27E ด้านผลการดำเนินงาน คาดกำไรสุทธิใน 3Q26 อยู่ที่ 1,761 ล้านบาท (+1.8% YoY, -0.1% QoQ) และคาด NPL ratio ทรงตัวที่ 2.1% แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลอย่างมีนัยต่อการดำเนินงาน แต่หากความขัดแย้งยืดยื้อ และช่องแคบฮอร์มูซไม่สามารถขนส่งน้ำมันได้ตามปกติ แรงกดดันอัตราเงินเฟ้อและความเสี่ยงเศรษฐกิจสูงขึ้นในปี 2027 เราคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026 เติบโตราว 5% และโตต่อเนื่อง 3% ในปี 2027 ด้าน Valuation TISCO ซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 2.2x PBV’27E (+2SD) แต่ผลตอบแทนเงินปันผลสูง คาด Dividend yield ที่ 6.2% ในปี 2027

คาดกำไรสุทธิใน 3Q26 เติบโต YoY และทรงตัว QoQ

• คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,761 ล้านบาท (+1.8% YoY, -0.1% QoQ) กำไรสุทธิที่เติบโต YoY เกิดจาก (1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัว และ (2) รายได้ค่าธรรมเนียมแข็งแกร่ง แนวโน้มมูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์ปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยราว 65-70% YoY ขณะที่กำไรทรงตัว QoQ เพราะแม้คาดกำไรจากการดำเนินงานปรับสูงขึ้น แต่คาดค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน และสำรองหนี้ฯ ปรับขึ้นเช่นกัน

• สินเชื่อ คาดว่าขยายตัวราว 0.6% QoQ ส่งผลให้สินเชื่อใน 9M26 ขยายตัว 0.6% YTD จากการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ และจักรยานยนต์ใหม่ รวมทั้งสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ขยายตัว ขณะที่สินเชื่อจำนำทะเบียนอ่อนตัวลงจากการความเข้มงวดในการควบคุมคุณภาพสินเชื่อ

• ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) แนวโน้มขยายตัว 8 bps YoY ที่ราว 5% แต่ทรงตัว QoQ เพราะแม้ต้นทุนการเงินปรับลดลง แต่อัตราผลตอบแทนสินเชื่อ (Loan yield) ปรับลดลงจากการขยายตัวของสินเชื่อที่มีผลตอบแทนต่ำลง

• คุณภาพสินเชื่อ ความเสี่ยงจากสินเชื่อจำนำทะเบียนที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น แต่การบริหารคุณภาพสินเชื่อยังทำได้ดี คาด NPL ratio ทรงตัว QoQ ที่ 2.1% และ Coverage ratio ปรับลดลงเล็กน้อยที่ 189%

คาดกำไรเติบโตในปี 2026 ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อสูงขึ้น

• แนวโน้มกำไรใน 4Q26 คาดว่าจะใกล้เคียงกับใน 3Q26 แต่สามารถเติบโต YoY จาก NIM ที่สูงขึ้น และรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว ดังนั้น คาดกำไรสุทธิในปี 2026 จะกลับมาขยายตัวราว 5% YoY

• ในปี 2027 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัว และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจตลาดทุนเติบโตเป็นปัจจัยหนุนกำไรเติบโตต่อเนื่อง 3% YoY

• แต่หากสงครามในตะวันออกกลางยังไม่ได้ข้อสรุป และช่องแคบฮอร์มูซไม่สามารถขนส่งน้ำมันได้ตามปกติ ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นกดดันอัตราเงินเฟ้อ เรามองว่าอัตราดอกเบี้ยในประเทศอาจปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต และกระทบต่อต้นทุน
ดำเนินงานเพิ่มขึ้นได้

• ประเมินทุก 10 bps ที่ NIM ปรับเพิ่มขึ้น/ลดลง อาจส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2027 ที่ 7.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น/ลดลงราว 3% จากการประมาณการของเรา