TISCO (HOLD : Fair Price : Bt 110.00) : กำไรใน 1Q26 แข็งแกร่ง แต่ Upside จำกัด

Published
Share this article:

คงคำแนะนำ "ถือ" มูลค่าพื้นฐาน 110 บาท คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 15.8%, TG 2%) อิงจาก 2.0x PBV’26E โดยคาด Dividend yield ที่ 6.7% ในปี 2026 TISCO จ่ายเงินปันผลที่ 5.75 บาท ใน 2H25 (XD 29 เม.ย. และจ่ายปันผล 19 พ.ค.) ผลการดำเนินงานใน 1Q26 กำไรออกมาแข็งแกร่งที่ 1.7 พันล้านบาท (+5% YoY, +6% QoQ) และ NPL ratio ลดลงที่ 2.1% ทั้งนี้ ในปี 2026 คาดกำไรจะกลับมาขยายตัว 3% YoY อานิสงค์จากต้นทุนการเงินลดลง และการควบคุมค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน ด้าน ROE แนวโน้มปรับเป็นขาขึ้นในปี 2026 หนุนจากกำไรกลับเติบโต และการจ่ายเงินปันผลสูง ทั้งนี้ ความท้าทายด้านเศรษฐกิจสูงขึ้น หลังจากราคาน้ำมันเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอาจกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อเช่าซื้อบางกลุ่ม ซึ่งมองว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบที่ชัดเจนมากขึ้นใน 2Q26 อย่างไรก็ดี ระดับการตั้งสำรองหนี้ฯ สูงทำให้ TISCO รับมือกับสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันเร่งตัวสูงขึ้นได้

การประชุมนักวิเคราะห์

• ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มส่งผลผลกระทบต่อคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อใน 2Q26 TISCO ได้ตั้งสำรองหนี้ฯ พิเศษเพิ่มบางส่วนใน 1Q26 และเน้นการดูแลคุณภาพสินเชื่อเป็นหลักด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ การขยายสินเชื่อในกลุ่มความเสี่ยงต่ำ และคุณภาพสูง ทำให้การขยายสินเชื่อในปี 2026 อาจอ่อนแอกว่าเป้าหมายที่ 0-5% ได้

• ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เร่งตัวสูงขึ้นอาจไม่ได้สูงเหมือนเช่นในอดีต เพราะพฤติกรรมของลูกหนี้ที่เปลี่ยนไป เช่น การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) มากขึ้น (20% ของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์) และรถยนต์ไฮบริด อย่างไรก็ดี สินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะ (Pickup Truck) ที่มีสัดส่วนราว 50% ของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และราคารถยนต์ใช้แล้วอาจมีความผันผวนสูงขึ้นใน 2Q26 ทั้งนี้ ธนาคารมองว่าสินเชื่อจำนำทะเบียนมีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุดจากสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

• การขยายฐานสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าทำให้ penetration rate เพิ่มเป็น 6.5% (ม.ค. - ก.พ.) จาก 6.2% สิ้นปี 2025 โดยสินเชื่อกลุ่มนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ยังค่อนข้างแข็งแกร่งในระยะสั้น - กลาง

• การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงใน 1Q26 ต้นทุนการเงินแนวโน้มปรับลดลงถึง 4Q26 นอกจากนี้ มาตราการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยควบคุมค่าธรรมเนียมบางประเภทส่งผลกระทบจำกัดต่อธนาคาร

กำไรในปี 2026 กลับมาเติบโต แต่ความท้าทายเศรษฐกิจสูงขึ้น

• ในปี 2026 คาดกำไรจะกลับมาขยายตัว 3% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัว และการควบคุมค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัว และราคาน้ำมันที่เร่งตัวสูงขึ้นอาจกดดันความสามารถการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้บางกลุ่ม ทำให้ระดับสำรองหนี้ฯ อาจสูงกว่าเป้าหมาย Credit cost ที่ราว 1% ได้ และสินเชื่อชะลอตัวลงได้

• ด้วยเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงแข็งแกร่ง TISCO สามารถจ่ายเงินปันผลสูง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อ ROE ปรับสูงขึ้นในปี 2026