TFM (BUY : Fair Price : Bt 7.90) : เริ่มโดนผลกระทบจากปลาป่นที่เพิ่มขึ้น
**ผลประกอบการของ TFM ในงวด 1Q26 เริ่มเห็นผลกระทบจากปัญหาต้นทุนการผลิตอย่างปลาป่นที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 25 เป็นต้นมา กดดันให้กำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงมาเหลือ 19.7% จาก 21.7% ใน 1Q25 แม้รายได้จะยังเห็นการเติบโตจากปีก่อนได้อีก 7%YoY ได้จากธุรกิจอาหารกุ้งในประเทศและทำให้เราประเมินกำไรสุทธิอยู่ที่ 138 ล้านบาท (+5%YoY) โดยหากราคาปลาป่นยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก อาจจะกระทบกับประมาณการกำไรทั้งปีที่เราคาดไว้ที่ 787 ล้านบาท ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงที่เหลือของปีนี้ ด้านผลกระทบจากปัญหาราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น เบื้องต้นกระทบบ้างแต่ยังไม่มากเท่าราคาปลาป่นที่เพิ่มขึ้น **
**คาด 1Q26 กำไรสุทธิ 138 ล้านบาท (+5%YoY,-25%QoQ) **
• เราคาดTFM มีกำไรสุทธิงวด 1Q26 อยู่ที่ 138 ล้านบาท (+5%YoY, -25%QoQ) เริ่มเห็นผลกระทบจากต้นทุนปลาป่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่กดดันให้กำไรขั้นต้นปรับตัวลดลง รวมกับเป็นช่วง Low Seasons ของการเลี้ยงกุ้งเมื่อเทียบกับช่วง 4Q25
• รายได้คาดที่ 1,322 ล้านบาท (+7%YoY,-19%QoQ) เทียบกับปีก่อนยังคงเติบโตหลักจากธุรกิจอาหารกุ้งในประเทศจากการมีส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้น แต่การส่งออกอาหารกุ้งได้รับผลกระทบจากประเทศคู่ค้าอย่างศรีลังกาประสบปัญหาน้ำท่วม ส่วนเทียบกับ 4Q25 ส่วนหนึ่งเป็นตามฤดูกาลที่ไตรมาส 1 เป็น Low Seasons ของธุรกิจ
• กำไรขั้นต้นคาดที่ 19.7% ลดลงจาก 21.7% ใน 1Q25 และ 22.3% ใน 4Q25 แม้สัดส่วนธุรกิจอาหารกุ้งจะเพิ่มขึ้น แต่ด้วยต้นทุนโดยเฉพาะปลาป่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 28%YoY และ 6%QoQ กดดันกำไรขั้นต้นให้ลดลง ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดที่ 131 ล้านบาท (+8%YoY,-14%QoQ) เพิ่มจากปีก่อนส่วนหนึ่งเป็นค่าเดินทางไปเอกวาดอร์ที่เตรียมตั้งบริษัท ส่วนลดลงจาก 4Q25 เพราะค่าจ่ายพนักงานลดลง
• อัตราภาษีจ่ายคาดที่ 5% ลดลงจาก 15% ใน 1Q25 หลังจากได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI ที่เริ่มเห็นตั้งแต่ 3Q25 แต่เพิ่มจาก 1% ใน 4Q25 เพราะงวดดังกล่าวมีการปรับปรุงภาษีทำให้ต่ำกว่าปกติ
**ต้องติดตามต้นทุนอย่างปลาป่น อย่างใกล้ชิด **
ภาพรวมในช่วงที่เหลือของปี 26 TFM ยังคงมองหาตลาดใหม่ๆ เพิ่ม โดยเฉพาะอาหารอื่นนอกจากกุ้ง เพื่อให้เป็นไปตามเป้ารายได้ที่ตั้งเป้าว่าจะเติบโต 8-10% อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือต้นทุนอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะปลาป่น ที่มีการปรับตัวเพิ่มต่อเนื่องตั้งแต่ 2Q25 เป็นต้นมา จากระดับ 37 บาท/กก. เป็น 46 บาท/กก. ในปัจจุบัน ซึ่งระยะสั้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มอีกจากต้นทุนพลังงานของชาวประมง ขณะที่การเก็บไว้ล่วงหน้าทำได้ไม่มากนักเพราะจะทำให้เสียคุณภาพ โดยผู้บริหารมองว่าหากราคาสูงถึงระดับ 50 บาท/กก. อาจจะทำให้เป้ากำไรขั้นต้นออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ระดับ 18-20%
สำหรับการขยายการลงทุนไปยังธุรกิจอาหารกุ้งที่เอกวาดอร์คาดในช่วง 2Q26 จะเริ่มเห็นความคืบหน้าที่ชัดเจนมากขึ้น โดยในช่วงแรกค่าใช้จ่ายหลักยังเป็นค่าใช้จ่ายด้านพนักงานในการจัดตั้งบริษัท
คงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมก่อน
แม้กำไรสุทธิในช่วง 1Q26 จะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 18% ของกำไรทั้งปีที่เราคาดไว้ แต่ด้วยการเป็นช่วง Low Seasons ของธุรกิจทำให้เราคาดว่าช่วงที่เหลือของปีจะเห็นผลประกอบการฟื้นตัวขึ้นได้ เราจึงยังคงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมที่ 787 ล้านบาท (+7%YoY) รวมถึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ใหม่ที่ 7.9 บาท (10XPER’26E)