TACC (HOLD : Fair Price : Bt 6.60) : 4Q25 รายได้ยังดี แต่มีด้อยค่ากดกำไรลด
**เราปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” หลังจากราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้มีส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมที่เราคาดไว้ที่ 6.60 บาท (12XPER’26E) เพียง 9% โดย TACC ประกาศจ่ายปันผล 2H25 จำนวน 0.21 บาท/หุ้น (ทั้งปีจ่าย 0.42 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนประมาณ 7%) ด้านผลประกอบการงวด 4Q25 อยู่ที่ 57 ล้านบาททรงตัวจาก 4Q24 แต่ลดลง 37%QoQ โดยมีการตั้งด้อยค่าเข้ามากว่า 18 ล้านบาท หากไม่รวมกำไรปกติจะเติบโต 15%YoY เป็นผลจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 30%YoY จากการเปิดสาขาใหม่ของ CPALL และ พันธุ์ไทย แต่กำไรที่เพิ่มน้อยกว่าเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (ไม่รวมการตั้งด้อยค่า) กลับปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 43%YoY,42%QoQ **
**4Q25 กำไรสุทธิ 54 ล้านบาท (+1%YoY,-37%QoQ) **
• TACC มีกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 54 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน แต่ลดลงถึง 37%QoQ รายได้ยังคงเติบโตดี แต่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการตั้งด้อยค่าเครื่องหมายการค้า Bloss Natura เข้ามากว่า 18 ล้านบาท
• รายได้ 673 ล้านบาท (+30%YoY,+9%QoQ) ยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง จากการเป็นช่วง High Seasons ของการท่องเที่ยว และการเปิดสาขาใหม่ของทาง CPALL (4Q25 เปิดอีก 174 สาขา) และร้านกาแฟพันธ์ไทย (4Q25 เปิด 266 สาขา) ที่ยังเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
• อัตรากำไรขั้นต้นที่ 32% ทรงตัวจาก 3Q25 และลดลงเล็กน้อยจาก 32.7 % ใน 4Q24 เกิดจากต้นทุนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเมล็ดกาแฟ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (ไม่รวมการตั้งด้อยค่า) 123 ล้านบาท (+43%YoY,+42%QoQ) เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของค่าใช้จ่ายการขายและค่าใช้จ่ายพนักงาน
• รวมแล้วปี 25 TACC มีกำไรสุทธิ 299 ล้านบาท (+21%YoY) ถ้าไม่รวมการตั้งด้อยค่าจะมีกำไรปกติที่ระดับ 318 ล้านบาท (+25%YoY)
ปี 26 รายได้โตต่อ แต่ต้องติดตามค่าใช้จ่าย
ภาพรวมปี 26 ในแง่รายได้คาดว่าจะยังเห็นการเติบโตได้ดี ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจกับ 7-11 ทั้งด้วยการเปิดสาขาใหม่ที่ยังมีกว่า 700 สาขา และการออกรสชาติใหม่ๆ รวมกับร้านกาแฟพันธ์ไทยที่ตั้งเป้าเปิดสาขาไปให้ถึงระดับ 5,000 สาขาภายในปี 2028 จากสิ้นปี 226 ที่มีแล้ว 2,151 สาขา
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราจะต้องรอสอบถามกับทางบริษัทเพิ่มเติมคือค่าใช้จ่ายทั้งในด้านการขายและค่าใช้จ่ายบริหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากในช่วง 4Q25 ที่ผ่านมา ส่วนในแง่ต้นทุนขายบริษัทยังคงรักษาระดับ 32% ได้เป็นอย่างดี โดยเบื้องต้นเราประเมินรายได้อยู่ที่ 2,551 ล้านบาท (+6%YoY) และมีกำไรสุทธิ 333 ล้านบาท (+11%YoY)
**ราคาขึ้นมามากปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” **
ราคาหุ้น TACC ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้มีส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินที่ 6.6 บาท (12XPER’26E) เพียง 9% แต่ด้วยการจ่ายเงินปันผลที่งวด 2H25 จ่ายอีก 0.21 บาท/หุ้น XD 22 เม.ย. จ่าย 6 พ.ค. (ทั้งปีจ่าย 0.42 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนกว่า 7%) เราจึงปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ”