SPALI (HOLD : Fair Price : Bt 18.30) : คาดกำไรสุทธิ 4Q25 ลดลง YoY แต่เติบโต QoQ

Published
Share this article:

คงคำแนะนำ “ถือ” ปรับมูลค่าพื้นฐานที่ 18.3 บาท (เดิม 16 บาท) ด้วยคาดผลประกอบการปี 2026 มีโอกาสฟื้นตัวจากฐานต่ำ แผนการเปิดตัวโครงการที่สูงขึ้น และสัดส่วน product mix คอนโดฟื้นตัว ขณะที่ใน 4Q25 เราประมาณการณ์กำไรสุทธิที่ 1.4 พันล้านบาท (-27% YoY, +24% QoQ) อ่อนแอจากการแข่งขันในตลาดแนวราบ ขณะที่อุปสงค์คอนโดทยอยฟื้นตัวหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว คาดกดดันกำไรสุทธิปี 2025 อ่อนแอที่ 4.1 พันล้านบาท (-33% YoY) ทั้งนี้มองปี 2026 กำไรจะฟื้นตัวที่ 25% YoY จากฐานต่ำ และสัดส่วนโอนคอนโดหนุน GPM กลับมาระดับปกติที่ 35% ขณะที่ระยะการยื่น EIA มีความกระชับมากขึ้น และแผนการเปิดโครงการใหม่สูงที่ 3.5 หมื่นล้านบาท (+19% YoY)

คาดกำไรสุทธิใน 4Q25 อ่อนตัว YoY แต่เติบโต QoQ

กำไรสุทธิใน 4Q25 คาดลดลงอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท (-27% YoY, +24% QoQ) จากรายได้รับรู้ลดลงที่ 7 พันล้านบาท (20% YoY, +11% QoQ) ด้วยยอดขาย (Presales) ที่อ่อนแอ 5.8 พันล้านบาท (-13% YoY, -33% QoQ) และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงคาดที่ 34.1% (-4 ppts YoY, -1 ppts QoQ) ด้วยสัดส่วน product mix คอนโดที่ 22% (-4% ppts YoY, -2% ppts QoQ) ของยอดโอนทั้งหมด

ปรับลดคาดผลประกอบการปี 2025

คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2025 อ่อนแอที่ 4.1 พันล้านบาท (-33% YoY) จาก 1) Backlog ที่ต่ำเพียง 1.4 หมื่นล้านบาท 2) กำหนดการโอนคอนโดใหม่น้อย 3) ผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดที่คาดชะลอตัวในช่วงปลายปี 2025 และ 4) การยื่นขอ EIA มีความเข้มงวดมากขึ้นกระทบต่อกำหนดการเปิดและโอนโครงการใหม่ โดยมีการเปิดใหม่มูลค่าทั้งสิ้น 2.9 หมื่นล้านบาท (จากเป้าเดิมใน 3Q25 ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท)

แนวโน้มกำไรสุทธิเติบโตใน 2026 และคาด GPM ฟื้นตัว

คาดผลประกอบการปี 2026 ยังมีโอกาสเติบโต 25% YoY จาก 1) ฐานต่ำในปี 2025 2) กำหนดการเปิดโครงการใหม่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท (เดิมเราคาดที่ราว 3 หมื่นล้านบาท) สูงขึ้น 19% YoY ส่วนหนึ่งเนื่องจากการเลื่อนเปิดโครงการบางส่วนในปีก่อน และ 3) คาดสัดส่วน product mix โอนกรรมสิทธ์คอนโดฟื้นตัว ด้วยกำหนดการโอนคอนโด 3 โครงการ (Supalai PARC Ekkamai-Pattanakarn, Supalai SENSE Srinakarin และ Supalai KRAM Khao Tao) หนุน GPM ฟื้นตัวที่ 35% ซึ่งผู้บริหารมองตลาดคอนโดมีโอกาสการเติบโตในอนาคต คาดเร่งเปิดโครงการมากขึ้นในปี 2026 เติม Backlog ที่ยังต่ำในปี 2027

คงคำแนะนำ “ถือ”

คงคำแนะนำ “ถือ” ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 18.3 บาท (เดิม 16 บาท) คำนวณด้วยวิธี Justified P/E จากการคิดลดเงินปันผล (GGM) ที่ COE 8% และ TG 1.5% (+0.5 ppts) สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดที่ดีขึ้นจากอุปทานแนวราบที่ลดลง ทั้งนี้ยังคงมีความกังวลต่อหนี้ครัวเรือนสูง แม้ซื้อขายเทียบเท่า 7x PE’26 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ เพื่อที่อยู่อาศัย และมุมมองเชิงบวกต่อแผนธุรกิจในปี 2026 แต่ด้วยราคาที่มี Upside จำกัด และผลประกอบการปี 2025 ที่อ่อนแอคาดกระทบอัตราการจ่ายปันผลของ 2H25 ช่วงเดือนพ.ค. 2026 คาดลดลงที่ 2.3% เราจึงคงคำแนะนำ “ถือ”