SPALI (HOLD : Fair Price : Bt 17.30) : คาดผลประกอบการ 2026 ฟื้นตัวแบบชะลอจากฐานต่ำ
คงคำแนะนำ “ถือ” ปรับมูลค่าพื้นฐานที่ 17.30 บาท (เดิม 18.30 บาท) จากการปรับลดคาดการณ์เติบโตของรายได้ปี 2026-27 เป็นเชิงอนุรักษณ์นิยมมากขึ้น หลังรายงานผลประกอบการใน 4Q25 ที่ 1.3 พันล้านบาท (-33% YoY, +15% QoQ) อ่อนกว่าที่เราคาด 8% สะท้อนการฟื้นตัวตลาดแนวราบ และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ชะลอตัวกว่าคาด ทั้งนี้ผลประกอบการปี 2026 ยังมีโอกาสฟื้นตัวจากฐานต่ำ และ GPM คาดปรับตัวสูงขึ้นด้วยกำหนดการโอนคอนโด 3 แห่งที่มีอัตรากำไรสูง และ แผนการเปิดตัวโครงการใหม่สูงขึ้นที่ 3.5 หมื่นล้านบาท (+19% YoY) ประกอบกับอุปสงค์ฟื้นตัวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
กำไรสุทธิใน 4Q25 อ่อนตัว YoY แต่เติบโต QoQ
รายงานกำไรสุทธิใน 4Q25 ที่ 1.3 พันล้านบาท (-33% YoY, +15% QoQ) เนื่องจากรายได้รับรู้ลดลง YoY ที่ 7 พันล้านบาท (-18% YoY, +13% QoQ) หลังยอดขาย (Presales) อ่อนแอที่ 5.8 พันล้านบาท (-13% YoY, -33% QoQ) และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงมากกว่าคาดการณ์ที่ 33.9% (-4 ppts YoY, -2 ppts QoQ) จากสัดส่วน product mix คอนโดที่มีอัตรากำไรสูงรับรู้ลดลงที่ 21% (-6% ppts YoY, -3% ppts QoQ) ของยอดโอนทั้งหมด
ปรับลดคาดการเติบโตกำไรสุทธิปี 2026 มองฟื้นตัวแบบชะลอ
• ผลประกอบการปี 2026 คาดยังฟื้นตัวจาก 1) ฐานต่ำในปี 2025 2) กำหนดการเปิดโครงการใหม่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท (+19% YoY) และ 3) คาดสัดส่วน product mix โอนกรรมสิทธ์คอนโดฟื้นตัว ด้วยกำหนดการโอนคอนโด 3 โครงการ (Supalai PARC Ekkamai-Pattanakarn, Supalai SENSE Srinakarin และ Supalai KRAM Khao Tao) หนุน GPM ปรับตัวสูงขึ้นจาก product mix คาดที่ราว 35-36% ซึ่งผู้บริหารมองตลาดคอนโดมีโอกาสเติบโตในอนาคต คาดเร่งเปิดโครงการมากขึ้นในปี 2026 เติม Backlog ที่ยังต่ำในปี 2027
• แนวโน้มรายได้รับรู้ตลาดแนวราบฟื้นชะลอตัวกว่าคาดใน 4Q25 และอัตราส่วนยอดขายสะสมต่อโครงการเปิดขายทั้งหมดที่ต่ำเป้า ประกอบกับกำลังซื้อที่ยังถูกกดดันจากอัตราหนี้ครัวเรือนสูง นำไปสู่การปฏิเสธสินเชื่อที่สูง เราจึงปรับลดประมาณการกลับมาเชิงอนุรักษณ์นิยม คาดการเติบโตรายได้ธุรกิจหลักปี 2026 ที่ 8% YoY (จากเดิม 17% YoY)
คงคำแนะนำ “ถือ”
คงคำแนะนำ “ถือ” ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 17.3 บาท (เดิม 18.3 บาท) คำนวณด้วยวิธี Justified P/E จากการคิดลดเงินปันผล (GGM) ที่ COE 8% และ TG 1.5% ทั้งนี้ยังคงมีความกังวลต่อตลาดอสังหาฯ แม้การฟื้นตัวตลาดแนวราบคาดปรับตัวดีขึ้น แต่ยังมีสัญญานการชะลอตัวของอุปสงค์ และหนี้ครัวเรือนที่สูง โดยซื้อขายเทียบเท่า 8x PE’26 ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ เพื่อที่อยู่อาศัย และมุมมองเชิงบวกต่อแผนธุรกิจในปี 2026 แต่ด้วยราคาคาดตอบสนองต่อปัจจัยการฟื้นตัวจากฐานต่ำแล้ว และประกาศปันผลงวด 2H25 ที่ 0.7 บาทต่อหุ้น อัตราผลตอบแทน 3.8% (XD 6 พ.ค.) เราคงคำแนะนำ “ถือ”