SCB (HOLD : Fair Price : Bt 163.00) : กำไรใน 3Q26 ต่ำคาด แต่ปันผลเป็นจุดเด่น

Published
Share this article:

**คงคำแนะนำ “ถือ” มูลค่าพื้นฐานปี 2027 ที่ 163 บาท คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 9%, Terminal growth 2%) อิงกับ 1.1x PBV’27E ผลการดำเนินงานใน 3Q26 กำไรออกมาต่ำกว่าคาดที่ 10.7 พันล้านบาท (-11% YoY,-4% QoQ) และ NPL ratio ทรงตัวที่ 3.2% แนวโน้มใน 4Q26 คาดกำไรเพิ่มขึ้น YoY จากรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และสำรองหนี้ฯ ลดลง แต่กำไรในปี 2026 จะปรับลดลง 9% YoY กำไรที่ชะลอตัวกดดันให้ ROE ปรับลดลงที่ 8.7% ในปี 2026 แม้ผลการดำเนินงานลดลงในปี 2026 แต่ความสามารถการจ่ายเงินปันผลสูง โดยคาดจ่าย 10.25 บาท (จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 2.00 บาท ใน 1H2) ดังนั้น คาดเงินปันผลใน 2H26 ที่ 8.25 บาท (อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 5.6%) **

กำไรใน 3Q26 อ่อนแอลดลง YoY และ QoQ

• กำไรสุทธิออกมาต่ำกว่าคาด 7% อยู่ที่ 10.7 พันล้านบาท (-11% YoY, -4% QoQ) กำไรสุทธิที่ลดลงกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ยังอ่อนแอ และกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไร (FVTPL) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-76% YoY, -77% QoQ) จากผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าตามราคาตลาดของพอร์ตเงินลงทุนของธนาคาร

• NIM เพิ่มขึ้น 4 bps QoQ ที่ 3.2% แต่ปรับลดลง 36 bps YoY จากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

• สินเชื่อรวมเพิ่มขิ้นเล็กน้อย 0.2% QoQ ส่งผลให้สินเชื่อใน 9M26 เพิ่มขึ้น 1.6% YTD จากสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ และสินเชื่อจากบริษัทย่อย เช่น CardX อย่างไรก็ดี สินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อยลดลง

• NPL ratio ทรงตัวที่ 3.2% และ Coverage ratio ทรงตัวที่ 159% ส่วน Stage 2 ratio เพิ่มเป็น 7.3% และ Credit cost ลดลงเหลือ 137 bps

NIM มีเสถียรภาพมากขึ้นหนุนกำไรกลับมาขยายตัวในปี 2027

• เราปรับลดกำไรสุทธิลง 2%/1% ในปี 2026-27 จากรายได้ค่าธรรมเนียมอ่อนแอกว่าคาดใน 3Q26 โดยคาดกำไรสุทธิจะปรับลดลง 9% ในปี 2026 กดดันจาก NIM ลดลง ขณะที่คาดกำไรสุทธิใน 4Q26 ขยายตัว YoY จากรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว และสำรองหนี้ฯ ปรับลดลง

• ในปี 2027 คาดกำไรจะกลับมาขยายตัว 4% YoY จากรายได้การดำเนินงานขยายตัวจาก NIM ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวต่อเนื่อง

• แม้ SCB สามารถจ่ายเงินปันผลสูงที่ 80% ของกำไร แต่การเติบโตกำไรที่ชะลอตัวเป็นปัจจัยกดดันต่อ ROE แนวโน้มปรับลดลงจาก 9.7% ในปี 2025 เหลือ 8.7% ในปี 2026 ก่อนจะกลับมาขยายตัวที่ 9% ในปี 2027 ล้อกับกำไรที่ขยายตัว