OSP (BUY : Fair Price : Bt 19.00) : ปันผลเด่น ผ่านจุดปรับโครงสร้างไปแล้ว
เราปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 19.00 บาท ด้วย upside ที่เปิดกว้างมากขึ้น และมีผลตอบแทนเงินปันผลที่ระดับ 6%-7% ไม่รวม upside จาก M&A ที่อาจจะเกิดขึ้น เรามองว่าปัจจุบัน OSP ได้ปรับสมดุลของพอร์ตเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไปแล้ว อยู่ในช่วงของการสร้างความโดดเด่นในแต่ละระดับราคาที่ชัดเจนมากขึ้น ดังนั้นเรามองว่าการที่กระทิงแดงผลักดันเครื่องดื่มชูกำลังราคา 10 บาท/ขวด จะไม่กระทบกับทาง OSP แบบมีนัยยะสำคัญ ขณะที่ธุรกิจอื่นๆทั้งในประเทศและต่างประเทศมีสินค้าใหม่ที่จะเข้ามาช่วยผลักดันยอดขาย โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2026 เติบโต 5% YoY
คาดแนวโน้มปี2026 ยังโตได้ท่ามกลางความท้าทาย
• บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 2026 โต 4% ถึง 6% YoY ใกล้เคียงกับประมาณการเรา ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต เช่น การผลักดันสินค้า Core brands และ Regional brands การขยายไปยัง category ใหม่ๆ รวมถึงการออกสินค้าใหม่หลายรายการ เช่น ลิโพ 15 บาท/ขวด (ออกช่วงเดือน ธ.ค.2025) และ M150 ราคา 15 บาท/ขวด โดยมีเป้ายอดขายในประเทศเติบโต 1% ถึง 3% YoY, ยอดขายสินค้า Personal Care โต 4% ถึง 6% YoY, ยอดขายในตลาด ตปท. โตเกือบ 10% YoY ในปี 2026
• มองผลกระทบจำกัดจากประเด็นที่กระทิงแดงปรับราคาขายปลีก 1 SKUจาก 12 บาท/ขวด เป็น 10 บาท/ขวด ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจาก SKU นั้นมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 3% ของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ
• ในแง่ของความสามารถในการทำกำไร บริษัทล็อคราคาวัตถุดิบในช่วง 1H26 ไว้แล้ว และล็อคราคาก๊าซธรรมชาติไว้ถึงเดือน พ.ค. 2026 ดังนั้นอัตรากำไรขั้นต้นช่วง 1H26 คาดว่าจะรักษาระดับได้ไม่น้อยกว่า 40% รวมปัจจัยบวกจากการรวมศูนย์การผลิตที่อยุธยา หากมองในแง่ Worst case ผลกระทบของต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากสงครามคาดว่าจะกระทบอัตราการทำกำไรราว 1%-2% (ต้นทุนพลังงานคิดเป็น 2% ของต้นทุนขาย)
• บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H25 ที่ 0.40 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พ.ค. 2026 คิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผลราว 2.7% ซึ่งเป็นการปันผลจากกำไรในประเทศ ส่วนกำไรในประเทศเมียนมาอาจจะใช้ระยะเวลาในการอนุมัติเคลื่อนย้ายเงินทุนจากรัฐบาลเมียนมา
แนวโน้มกำไร 1Q26 ยังสดใส
• คาดกำไรปกติ 1Q26 โต YoY และ QoQ ต่อเนื่อง หนุนจากทิศทางยอดขายที่เติบโตได้ 5% YoY จากยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศที่ฟื้นตัว YoY จากฐานต่ำเนื่องจากการลดสต็อคในปีก่อน ยอดขายสินค้า Personal Care ที่ได้แรงหนุนจากสินค้าใหม่ ขณะที่ยอดขายตลาดในต่างประเทศยังคงสดใส ยอดขายในอินโดนีเซียเริ่มฟื้นตัวกลับมา ชดเชยยอดขายในกัมพูชา ยอดขายในตลาดเมียนมายังคงแข็งแกร่ง Shark (กระป๋อง) และมีสินค้าใหม่ M150 (กระป๋อง)
• ความเสี่ยงจากภาวะสงครามอาจจะเข้ามามีผลกระทบกับต้นทุนของบริษัทในช่วง 2H26 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับ suppliers โดยเรายังคงมองผลกระทบที่จำกัดต่อประมาณการเราในปี2026
คำแนะนำ "ซื้อ" ปันผลสูง 6%-7%
มูลค่าพื้นฐาน 19.00 บาท คำนวณ PE multiple ที่ 16xPE’26E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องดื่มในประเทศ