ORI (HOLD : Fair Price : Bt 1.92) : คาดโอนคอนโดสูงขึ้น แม้เปิดโครงการใหม่ลดลง
**คงคำแนะนำ “ถือ” แต่ปรับลดมูลค่าพื้นฐานลงที่ 1.92 บาท โดยประกาศจ่ายเงินปันผล 0.05 บาท (XD 11 พ.ค.) ในปี 2025 มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 2.8% รายงานกำไรสุทธิใน 4Q25 อยู่ที่ 105 ล้านบาท (-139% YoY, -43% QoQ) กดดันจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ต่ำกว่าคาดลดลงเหลือ 21% (-9 ppts YoY, -16 ppts QoQ) และสัดส่วนรายได้จากการขายที่อ่อนแอ ขณะที่ในปี 2026 คาดผลประกอบการได้รับแรงหนุนจาก 1) สัดส่วนการโอนคอนโดที่สูงขึ้นส่งเสริมการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น 2) กำหนดการเปิดคลังสินค้า 5 แห่ง โรงแรม 4 แห่ง และอาคารพาณิชณ์ 4 แห่ง และ 3) กำหนดการขายสินทรัพย์เข้า REIT ต่อเนื่อง คาดหนุนสภาพคล่องในการจ่ายหุ้นกู้ แม้ IBD/E ยังสูง 1.5x แต่บริษัทตั้งเป้าลดลงที่ 1.4x และ 1.3x ในปี 2026-27 ตามลำดับ **
รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 อ่อนแอทั้ง YoY และ QoQ
กำไรสุทธิใน 4Q25 อยู่ที่ 105 ล้านบาท (-139% YoY, -43% QoQ) จาก 1) การโอนโครงการใหม่ที่ล่าช้ากว่ากำหนด (The Origin Bang Kae, The Origin Phahol 57 และ Britania Suksawat-Prachautid) มูลค่ารวม 4.3 พันล้านบาท 2) Presales หดตัวที่ 5.9 พันล้านบาท (-32% YoY, +16% QoQ) และ 3) อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนแอกว่าคาดที่ 21% (-9 ppts YoY, -16 ppts QoQ)
แผนการดำเนินงาน และแนวโน้มผลประกอบการปี 2026
• ORI ตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงต่อเนื่องในปี 2026 จำนวนทั้งหมด 6 โครงการ มูลค่ารวมที่ 7.4 พันล้านบาท (-23% YoY) ด้วยสัดส่วนแนวราบ/คอนโดที่ 43%/57% ตามลำดับ โดยเน้นระบายสินค้าคงค้างกลุ่ม Ready to Move (รวม JV) ที่เหลือขายทั้งหมดกว่า 5.3 หมื่นล้านบาท สอดคล้องกับยังไม่มีแผนซื้อที่ดินสะสมเพิ่มเติมสำหรับพัฒนาโครงการใหม่
• ขณะที่บริษัทตั้งเป้ายอดขาย (Presales) ทรงตัว YoY ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้ายอดโอนโครงการทั้งหมด (รวม JV) ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท (+16% YoY) หนุนจากสัดส่วนโครงการใหม่อัตรากำไรสูงที่รับรู้มากขึ้น ทั้งในกลุ่มแนวราบและคอนโด
• มุมมองเป็นกลางต่อแผนธุรกิจปี 2026 โดยคาดอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่ 17% YoY ปัจจัยส่งเสริมหลักจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดที่ 32% แม้ได้รับแรงกดดันจากการเร่งระบายสินค้าในตลาดที่มีการแข่งขันสูง แต่คาดสัดส่วนการโอนคอนโดที่สูงขึ้น และโครงการใหม่อัตรากำไรสูงหนุน GPM ฟื้นตัว YoY
• คาดยังคงมีการบันทึกรายการขาดทุนด้านเครดิตจากการยกเลิกโครงการ JV และตั้งสำรองค่าใช้จ่ายโครงการเหลือขายที่มูลค่าลดลงต่อเนื่องในปี 2026
คงคำแนะนำ “ถือ” ปรับลดมูลค่าพื้นฐานที่ 1.92 บาท
คงคำแนะนำ “ถือ” ปรับมูลค่าพื้นฐานที่ 1.92 บาท (เดิม 2.19 บาท) คำนวนด้วย PE อิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ 5.6x (-0.75 SD) หลังจากการปรับประมาณผลประกอบการปี 2026-27 ลดลง 21.6%/17.9% อย่างไรก็ดี จากฐานกำไรสุทธิที่ต่ำในปี 2025 เราคาดกำไรในปี 2026-27 เติบโตสูงขึ้นที่ 17%/9% ตามลำดับ โดยประเมิน PE’26 ที่ 5.0x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มอสังหาฯ เพื่อที่อยู่อาศัย ขณะที่ IBD/E แม้คาดว่าปรับลดลง แต่ยังอยู่ระดับสูงที่ 1.5x (เทียบกับบริษัทตั้งเป้าที่ 1.4x)