M (BUY : Fair Price : Bt 24.00) : แนวโน้มทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เราปรับคำแนะนำขึ้นจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 24.00 บาท เนื่องจาก Upside ที่เปิดกว้างมากขึ้น พร้อมกับผลประกอบการที่จะค่อยๆทยอยฟื้นตัว ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรมร้านอาหารในช่วงกำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนตัว ผ่านแผนการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มบุฟเฟต์ สุกี้ โดยมีแผนเปิดสัปดาห์ละ 1 สาขา เพื่อขยายสู่ 70 สาขาในช่วงสิ้นปี2026 พร้อมกับการปรับโมเดลให้โครงการต้นทุนดีขึ้น ส่วนธุรกิจเดิมหลังทำบุฟเฟต์ก็สามารถรักษาฐานลูกค้าและดึงลูกค้าเก่ารวมถึงลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการได้มากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงโอกาสในการขยายแบรนด์ใหม่ๆเพิ่มเติมในอนาคต
ยังคงรักษาฐานลูกค้าได้ดีต่อเนื่องในปี 2026
• SSSG ของ MK Suki อยู่ในแดนบวกต่อเนื่องตั้งแต่ทำบุฟเฟ่ต์ในเดือนมิ.ย. 2025 และเป็นบวกต่อเนื่องราว 6% ในช่วง 2 เดือนแรกของปี2026 โดยร้าน MK Suki ที่ให้บริการทั้ง A la carte และ บุฟเฟ่ต์ มีสัดส่วนลูกค้าที่รับประทานบุฟเฟ่ต์ 50% และกลุ่มลูกค้าที่รับประทานบุฟเฟ่ต์ส่วนใหญ่เป็นคนละกลุ่มกับที่รับประทานโบนัสสุกี้ ส่วนร้านอาหารญี่ปุ่น Yayoi มี SSSG ที่ ทรงตัวได้ YoY ในช่วง 2 เดือนแรกของปี2026 ขณะที่ร้านแหลมเจริญซีฟู้ด ยังคงมี SSSG ติดลบ 10% กว่าๆ
• บริษัทมีแผนขยายสาขา MK Suki, Yayoi, แหลมเจริญซีฟู้ด แบรนด์ละ 2-3 สาขา ในปี 2026
• ในแง่ของต้นทุน เนื้อหมู เนื้อเป็ด เนื้อออส รวมถึงอาหารทะเล คิดเป็นราว 60% ของต้นทุนทั้งหมด บริษัทล็อคราคาช่วง 1H26 ไว้แล้ว แต่ช่วงครึ่งปีหลัง เรามองว่าอาจจะมีแรงกดดัน โดยประเมินผลกระทบหากอัตรากำไรขั้นต้นเปลี่ยนแปลง 1% หรือ 100 bps จากสมมติฐานเราที่ 61.8% ในปี 2026 (-280 bps YoY จากปี2025) จะกระทบประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ราว 16%
• บริษัทมีแผนเปิดสาขาโบนัสสุกี้สู่ 70 สาขาในช่วงปลายปี 2026 และคาดว่าจะทำให้โบนัสสุกี้กลับมามีกำไรได้ในปี 2027 ส่วนปี 2026 ยังคงมีแรงกดดันจากต้นทุนส่วนเพิ่มจากการเร่งขยายสาขา
เตรียมขยาย 2 แบรนด์ใหม่ช่วง 2H26
เรามองว่าที่ผ่านมาหลังการปรับตัวครั้งใหญ่บริษัททำได้ดี การนำแบรนด์ Hikiniku To Come มาขยายในประเทศไทย ปัจจุบันมี 3 สาขา และมีแผนขยายสู่ 5 สาขาในช่วงปลายปีนี้ และยังมีแผนนำ Hikiniku To Come ไปขยายในมาเลเซียในปีนี้ นอกจากนี้แบรนด์ดังกล่าวไม่ต้องเน้นขยายสาขาจำนวนมากก็สามารถสร้างกำไรที่ดีให้กับบริษัทได้ ดังนั้นการที่บริษัทจะสร้างแบรนด์ portfolio ที่มากขึ้นในลักษณะแบบนี้ เพื่อขยายการเติบโตในอนาคตก็ไม่ใช้เรื่องยาก
คำแนะนำ “ซื้อ” รับผลปันผล 5%-6% รอการฟื้นตัว
มูลค่าพื้นฐาน 24.00 บาท คำนวณด้วยวิธี PE multiple ที่ 20xPE’1H27E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มร้านอาหาร สะท้อนการเติบโตของกำไรที่แท้จริงหลังผ่านช่วงลงทุน
ประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H25 ที่ 0.5 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผลราว 2.5% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 พ.ค. 2026
ความเสี่ยงหลักคือภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นท่ามกลางกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัวและอาจเผชิญกับแรงกดดันของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเนื่องจากบริษัททำบุฟเฟต์มากขึ้นทำให้การปรับราคาขายทำได้ยากขึ้น