KTC (HOLD : Fair Price : Bt 32.00) : เติบโตชะลอตัว และผลตอบแทนลงทุนจำกัด

Published
Share this article:

**ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” เพื่อรับเงินปันผล คาดอัตราผลตอบแทนสูงที่ 5.5% ในปี 2026 แม้เราชอบ KTC จากงบดุลแข็งแกร่งความสามารถการควบคุมหนี้เสีย และระดับ Coverage ratio สูง แต่ผลตอบแทนการลงทุนที่จำกัดเทียบกับมูลค่าพื้นฐานของเรา หลังจากราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 26.7% YTD จากสิ้นปี 2025 สะท้อนผลการดำเนินงานแข็งแกร่งใน 4Q25 และการจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าคาด 1.77 บาท ในปี 2025 โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 32 บาท คำนวณด้วยวิธี Gordon growth model (ROE 17%, Long term growth 2%) อิง 1.7x PBV’26E และ 10.2x PE’26E สำหรับในปี 2026 เราคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2026 สามารถเติบโตต่อเนื่อง 4% หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายภาษีลดลง **

ารเติบโตมีแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

• KTC ตั้งเป้าหมายการเงินปี 2026 (1) กำไรสูงกว่าในปี 2025 (2) สินเชื่อรวมเติบโต 1-2% (3) NPL ratio <2% (4) การใช้จ่ายบัตรเครดิต 5% และ (5) สินเชื่อบุคคล 2%

• ในภาพรวม เรามองว่า KTC จะสามารถรักษา NPL ได้ตามเป้าหมาย แต่การเติบโตสินเชื่ออาจจะขยายตัวต่ำกว่า 1% เพราะเศรษฐกิจไทยในปี 2026 อ่อนแอกว่าในปี 2025

• ในปี 2026 คาดว่ากำไรสุทธิเติบโตชะลอตัวเล็กน้อยที่ 4%/3% ในปี 2026-27 (2025: +5%) หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น ผลบวกจากต้นทุนการเงินลดลง หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 4 ครั้งในปี 2025 และปรับลดลงเพิ่มอีก 0.25% เหลือ 1% ในการประชุมเดือน ก.พ. ทำให้ NIM ขยายตัวต่อเนื่องที่ 19.1/19.2% ในปี 2026-27 (2025: 18.9%) และคาดค่าใช้จ่ายภาษีปรับลดลง

• ประกาศจ่ายเงินปันผลที่ 1.77 บาท สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2025 (XD 10 เม.ย. และจ่ายปันผล 30 เม.ย.) คิดเป็น Payout ratio สูงขึ้นเป็น 58.6% (เทียบกับการจ่าย 1.32 บาท ในปี 2024, Payout ratio 45.8%)

• D/E ค่อนข้างต่ำเพียง 1.5 เท่า สิ้นปี 2025 ทำให้มีความสามารถในการกู้เงินเพิ่มได้หากสภาวะทางเศรษฐกิจเปิดโอกาสในการเติบโตในอนาคต เราปรับสมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลในปี 2026-27 เพิ่มเป็น 58% ดังนั้น คาดจะจ่ายเงินปันผลเพิ่มเป็น 1.82/1.87 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 5.5%/5.6% ในปี 2026-27

**คาดกำไรสุทธิใน 1Q26 เพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ **

คาดกำไรใน 1Q26 ปรับสูงขึ้น YoY หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิสูงขึ้น และสำรองหนี้ฯ ลดลง แต่คาดกำไรจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย QoQ กดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจากสินเชื่อลดลงจากการชำระคืนสินเชื่อใน 1Q26 หลังจากสินเชื่อเร่งตัวขึ้นสูงใน 4Q25