ITC (BUY : Fair Price : Bt 19.70) : ผลกระทบจากต้นทุน มีการเจรจากับลูกค้าแล้ว
**จากการประชุมกับผู้บริหาร ITC มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของความไม่สงบในตะวันออกกลางว่าจะเริ่มเห็นตั้งแต่ปลาย 2Q26 เป็นต้นไปเนื่องจากปัจจุบันยังมีสต๊อกเหลืออยู่โดยเฉพาะวัตถุดิบในกลุ่มพลาสติก แต่ทาง ITC มีการแก้ปัญหาด้วยการเจรจาปรับราคากับลูกค้า ทำให้ยังมีโอกาสรักษาระดับกำไรที่ 23-25% ที่ตั้งไว้ได้ สำหรับแนวโน้มผลประกอบการงวด 1Q26 คาดกำไรสุทธิเติบโต 20%YoY,2%QoQ หลังจากมีการปรับรูปแบบการขายมาเน้นขายช่วงครึ่งปีแรกมากขึ้น และจากปัจจัยบวกดังกล่าวเรายังแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิมและประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 19.7 บาท **
**คาด 1Q26 กำไรสุทธิ 809 ล้านบาท (+20%YoY,+2%QoQ) **
• เราคาดกำไรสุทธิงวด 1Q26 ที่ 809 ล้านบาท (+20%YoY,+2%QoQ) เป็นการเติบโตดีส่วนหนนึ่งเกิดจากการปรับการขายของ ITC ที่โดยปกติแล้วช่วง 2H จะสูงกว่า 1H โดยปี 26 นี้ ผู้บริหารตั้งเป้าให้สัดส่วนยอดขายใกล้ๆกัน ขณะทิ่สินค้าที่ขายยังได้รับผลดีจากสินค้าใหม่ที่เริ่มขายในช่วงปลายปี 25 ยังดีต่อเนื่องมาถึงต้นปี 26
• รายได้คาดที่ 4,891 ล้านบาท (+15%YoY,+2%QoQ) ตลาดสหรัฐฯ ยังเติบโตดี ส่วนตลาดญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปเริ่มกลับมาโตได้หลังจากชะลอไปในช่วงปลายปีก่อน
• กำไรขั้นต้นคาดที่ 24.7% ดีขึ้นเล็กน้อยจาก 24.1% ใน 1Q25 แต่ลดลงจาก 25.8% ใน 4Q25 ส่วนหนึ่งผู้บริหารให้ข้อมูลว่าเกิดจากสัดส่วนสินค้าในกลุ่ม Premium ที่ต่ำกว่า 4Q25 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดที่ 489 ล้านบาท (+6%YoY,-4%QoQ)
• ภาษีจ่ายคาดที่ 52 ล้านบาท (+225%YoY,+103%QoQ) เป็นผลกระทบจากภาษี Global minimum tax (1Q25 ยังไม่เห็นผลกระทบดังกล่าว)
**ผลกระทบด้านต้นทุน มีการเจรจากับลูกค้าบ้างแล้ว **
สำหรับผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ITC ให้ข้อมูลว่าในแง่การขนส่งจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15 วัน แต่เป็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้ยังสามารถบริหารได้ รวมถึงการขายมากกว่า 70% เป็นรูปแบบ FOB ที่ลูกค้าจะเป็นผู้ดำเนินการด้านขนส่งเอง (นับถึงปัจจุบันยังไม่เห็นคำสั่งซื้อแบบสั่งซื้อไว้เพื่อเก็บไว้กันปัญหาระยะเวลาขนส่งยาวนานแต่อย่างใด)
ส่วนผลกระทบจากปัญหาต้นทุนการผลิตที่ปรับขึ้น โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับพลาสติก ITC คาดว่าจะกระทบไม่เกิน 3% เนื่องจากสัดส่วนต้นทุนด้านแพคเกจคิดเป็นประมาณ 30% ของต้นทุนรวมเท่านั้น โดย ITC กังวลปัญหาไม่มีของมากกว่าราคา ซึ่งปัจจุบันมีสต๊อกสำรองไว้อยู่ถึงเดือน พ.ค. นี้ ส่วนต้นทุนด้านพลังงานคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3-4% ของต้นทุนรวม ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบในส่วนของปลาทูน่าจะมีการร่วมมือกับกลุ่ม TU ในการเจรจาเข้าซื้อเพื่อลดกระทบจากราคาที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เนื้อไก่มีการทำสัญญาล่วงหน้า 6 เดือน ซึ่งจะลดผลกระทบระยะสั้นได้ ทั้งนี้จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ITC ให้ข้อมูลว่าจะมีการเจรจากับลูกค้าเพื่อปรับราคา ซึ่งคาดว่าจะเห็นการปรับราคาได้ในช่วงปลาย 2Q26 เป็นต้นไป
**คงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิม **
แม้รายได้ในช่วง 1Q26 จะออกมาโตกว่าเป้าที่บริษัทคาดไว้ แต่ผลกระทบจากความไม่สงบที่เกิดขึ้นยังเป็นความเสี่ยงกับผลประกอบการในอนาคต ดังนั้นเราจึงยังคงประมาณการรายได้และกำไรสุทธิไว้เท่าเดิมที่ 20,045 ล้านบาท และ 3,291 ล้านบาท ตามลำ ทั้งนี้จากผลประกอบการที่คาดว่าจะเติบโตดี เราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อ เช่นเดิมและประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ที่ 19.7 บาท (18XPER’26E) ส่วนธุรกรรม M&A คาด 2Q26 จะเห็นความคืบหน้ามากขึ้น