ERW (HOLD : Fair Price : Bt 3.20) : กำไรปกติปี 2026 คาดฟื้นตัวจากฐานต่ำ

Published
Share this article:

ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” ด้วย Upside ที่จำกัด แม้ปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานที่ 3.20 บาท (เดิม 3 บาท) เนื่องจากรายงานกำไรปกติที่ 351 ล้านบาท สูงกว่าที่เราคาด 6% ประกอบกับแผนการดำเนินงานปี 2026-27 ที่ดี คาดผลประกอบการปี 2026 ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว กำหนดการเปิด Hop Inn ใหม่ 9 แห่ง (ไทย 8 แห่ง และเกาหลี 1 แห่ง) ประกอบกับคาดได้รับอานิสงค์จากการจัดเลี้ยงจัดสัมมนา (MICE) มากขึ้น ผลักดันรายได้กลุ่ม Luxury เติบโต โดยผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ธุรกิจโรงแรมรวมเติบโต 9% YoY ขณะที่ใน 1Q26 (ม.ค.-ก.พ.) มีการฟื้นตัวของอัตราเข้าพักที่ 82% (+2 ppts YoY)

กำไรสุทธิใน 4Q25 เติบโต QoQ และทรงตัว YoY

รายงานกำไรสุทธิใน 4Q25 อยู่ที่ 373 ล้านบาท (-1% YoY, +559% QoQ) เติบโตสูง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล ทั้งนี้ กำไรอ่อนแอ YoY จากยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมระดับกลางบน โดย RevPar รายงานที่ 2.9 พันบาท (-4% YoY) ขณะที่กลุ่มประหยัด RevPar ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง +6% YoY ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่งที่ 51% (+1 ppts YoY, +10 ppts QoQ) ขณะที่ SG&A/Sales สูงขึ้นที่ 26% (+2 ppts YoY, -1 ppts QoQ) กดดัน EBITDA Margin ใน 4Q25 ที่ 37% (-12 ppts YoY, +9 ppts QoQ)

คาดแนวโน้มการฟื้นตัวในปี 2026

• อัตราการเข้าพัก (Occupancy) ใน 1Q26 (ม.ค.-ก.พ.) ฟื้นตัวมากขึ้นที่ 82% (+2 ppts YoY) โดยเฉพาะช่วงเทศการตรุษจีน โดยแบ่งเป็นกลุ่มตลาดระดับกลางบนที่ 87% (+4 ppts YoY) และกลุ่มประหยัด (Hop Inn) ที่ 79% (+2 ppts YoY) ถึงแม้อัตรารายได้ต่อห้องพัก (RevPar) จะยังทรงตัว แต่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในเดือนมี.ค. หนุนจากอัตราที่พัก (ADR) โดยบริษัทตั้งเป้า ADR กลุ่ม Non-Hop Inn สูงขึ้นที่ราว 3-4% YoY

• ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026-27 ที่ 985 ล้านบาท (+15% จากเดิม) และ 1.1 พันล้านบาท (+12% จากเดิม) ตามลำดับ จากกำหนดการกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ประกอบกับการจัดประชุม Amway China (4 มี.ค.-13 เม.ย.), IMF–World Bank Group Annual Meetings (12-18 ต.ค.) และ Tomorrowland (11-13 ธ.ค.) เป็นต้น ส่งเสริมรายได้กลางปีเติบโตจากฐานต่ำ แม้ปิดปรับปรุง Grand Hyatt บางส่วนใน 2Q26-4Q27 แต่มีกำหนดเปิดให้ดำเนินการเต็มรูปแบบช่วง High season ขณะที่งบลงทุนปี 2026 ที่ 4 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดอาจส่งผลให้ D/E ปรับตัวสูงขึ้นที่ 1.5x

ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” มูลค่าพื้นฐานที่ 3.20 บาท

ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” เนื่องจาก Upside ที่จำกัด และประเมินมูลค่าใหม่ที่ 3.20 บาท (เดิม 3 บาท) จากกำหนดการเปิดโรงแรม Hop Inn มากขึ้น และมีแผนบุกตลาดใหม่ที่เกาหลี โดยเน้นกลยุทธิ์ Cross-selling ผ่านโปรแกรม Loyalty คำนวนด้วยวิธีการคิดลดกระแสเงินสด (DCF) บน WACC 8% เทียบเท่า PE 16x โดยซื้อขาย EV/EBITDA’26 ที่ 9x และ PE’26 15x (-1.5SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวที่ 11x และ 20x ตามลำดับ