CPAXT (HOLD : Fair Price : Bt 17.00) : คาด GPM หดตัวกดดันกำไรสุทธิ 1Q26 ลดลง YoY

Published
Share this article:

เราคงคำแนะนำ “ถือ” ที่มูลค่าพื้นฐาน 17.00 บาท เราคาดรายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 2.5 พันล้านบาท (-5%YoY, -2%QoQ) ผลจากอัตรากำไรขั้นต้นหดตัว 40 bps YoY กดดันจากสัดส่วนยอดขายสินค้าอาหารแห้งที่เพิ่มขึ้น YoY แนวโน้มการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เดือน เม.ย. 2026 คาดว่าจะยังคงมีแรงหนุนจากการกักตุนสินค้าของผู้บริโภค รวมถึงฐานต่ำของสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้ากลุ่มที่ผันแปรตามสภาพอากาศที่มีแนวโน้มแรงตัวขึ้นจากปีก่อน อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ต้องติดตามและจะทยอยรับรู้คือโครงการ Happitat ที่มีผู้เช่าเช็นสัญญาเช่าพื้นที่ค้าปลีกแล้ว 50% (อิงตามข้อมูลประชุมนักวิเคราะห์) จากเป้าหมายสิ้นปี 2026 ที่ 85%

**คาดกำไรสุทธิ 1Q26 ลดลงทั้ง YoY และ QoQ **

• คาดธุรกิจขายส่ง (Makro) รายงาน EBITDA เพิ่มขึ้น YoY ใน 1Q26 จากรายได้ 7.2 หมื่นล้านบาท (+3%YoY) หนุนจากการรับรู้ยอดขายจาก Lucky Frozen และคาด SSSG ช่วง 1Q26 ทรงตัว YoY จาก SSSG ของ B2B ในไทยที่เป็นบวก ส่วน B2B ในต่างประเทศหดตัวจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า คาดอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขายส่งลดลง 10 bps YoY ใน 1Q26 ผลจากสัดส่วนยอดขายอาหารแห้งที่เพิ่มขึ้นจากการเริ่มกักตุนสินค้าของผู้บริโภค (GPM ของสินค้าอาหารแห้ง ต่ำกว่า GPM อาหารสด และ GPM สินค้า non-food) คาด SG&A-to-sales ratio ลดลง 10 bps YoY ใน 1Q26 จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี

• คาดธุรกิจค้าปลีก (Lotus's) รายงาน EBITDA ลดลง YoY ใน 1Q26 ผลจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจค้าปลีกที่คาดลดลง 60 bps YoY ใน 1Q26 ผลจากสินค้าหมดอายุ Inventory Shrinkage สัดส่วนการขายสินค้าอาหารแห้งที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าสัดส่วนการขายสินค้า Non-food จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY จากการบริหารจัดการที่ดี, รายได้จากการขายที่ 5.7 หมื่นล้านบาท (+4%YoY) ผลจาก SSSG ของ Lotus’s ที่ทรงตัว YoY ใน 1Q26 โดย SSSG ของ Lotus’s ไทย ติดลบเล็กน้อย YoY เนื่องจากช่วง 2 เดือนแรกติดลบ 1%-2% ผลจากฐานสูงของมาตรการลดหย่อนภาษี (Easy e-receipt) แต่เดือน มี.ค. ได้แรงซื้อจากการกักตุนสินค้า ขณะที่ SSSG ของ Lotus’s มาเลเชีย เพิ่มขึ้น YoY หนุนจากสินค้ากลุ่มอาหารแห้งที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ การขยายสาขาใน 1Q26 เปิด Supermarket 3 สาขา Lotus go fresh 109 แห่ง และปิดสาขา Lotus go fresh 20 แห่งทำให้สิ้นไตรมาสมีจำนวนสาขาในไทย 2,600 สาขา และในมาเลเซีย 70 สาขา คาดรายได้ส่วนธุรกิจศูนย์การค้า +2% YoY ใน 1Q26 หนุนจากพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น โดยคาดอัตราการเช่าพื้นที่ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 92% ทั้งในประเทศไทยและในประเทศมาเลเซียในช่วง 1Q26 คาด SG&A-to-sales ratio ลดลง 10 bps YoY ใน 1Q26 จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี

คำแนะนำ "ถือ" กำลังซื้อผู้บริโภคยังคงอ่อนแอ

มูลค่าพื้นฐาน 17.00 บาท คำนวณด้วยวิธี PE Multiple ที่ 18xPE’26E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มพาณิชย์ไทย ผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่งในกรณีแย่ที่สุดคือไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนให้กับคู่ค้าหรือคู่ค้าได้เลย ทุกๆ ราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น 1 บาทจะมีผลกระทบราว 5-7 ล้านบาท/เดือน หากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 20 บาท จะมีผลกระทบต่ออัตราการทำกำไรราว 20-30 bps อย่างไรก็ตามบริษัทได้ทยอยส่งผ่านต้นทุนบางส่วนไปยังคู่ค้าดังนั้นเราคาดว่าผลกระทบจะค่อนข้างจำกัด เรายังคงให้น้ำหนักกับเรื่องอัตราการทำกำไรที่แนวโน้มถูกกดดันจากการแข่งขันที่สูงขึ้นในช่วงภาวะเงินเฟ้อ แม้ว่า แนวโน้ม SSSG บางส่วนได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น