CPALL (BUY : Fair Price : Bt 59.00) : พื้นฐานแข็งแกร่ง Valuation น่าสนใจ

Published
Share this article:

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 59.00 บาท และเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่มค้าปลีก จากความสามารถในการรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่ากลุ่ม และ Valuation ซื้อขายเพียง 14 เท่า PE หรือ -2SD ของค่าเฉลี่ยการซื้อขายในรอบ 5 ปี และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มค้าปลีกทั่วโลก นอกจากนี้ราคาปัจจุบันให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่าในอดีตที่ระดับ 3% และมี ROE สูง 19%-20%

คาดเม็ดเงินสะพัดช่วงการเลือกตั้งหนุนการบริโภคในประเทศ

• เราคาดกำไรปกติของ CPALL เติบโตต่อเนื่อง 4% YoY ในปี 2026 หนุนจากการนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค, Sentiment การบริโภคที่ดีขึ้นจากเม็ดเงินสะพัดช่วงการเลือกตั้ง, และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (อนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 - 17.00 น. เพิ่มเติมจากช่วงเวลาเดิม เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. 2025 เป็นระยะเวลา 180 วัน (6 เดือน)

• ธปท. คาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศไทย 35 ล้านคนในปี2026 จากประมาณ 33 ล้านคนในปี 2025 ที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเริ่มตั้งแต่มีข่าวการหายตัวของนักท่องเที่ยวจีนและลดลงแรงหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปลายเดือน มี.ค. 2025ซึ่งสอดคล้องกับ SSSG ของ 7-11 ที่ +3.0%/-0.8%/-0.5% ใน Q1/Q2/Q3 ของปี2025 ดังนั้นเราคาด SSSG เป็นบวกจากภาคการการท่องเที่ยวฟื้นตัว

รีวิวภาพ 9M25

• มีกำไรปกติงวด 9M25 ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท (+14%YoY) หนุนจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่เติบโต 19% YoY แม้ว่าธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก จะยังคงทรงตัว YoY ในรอบ 9M25 ภาพรวมเราประเมินกำไรปกติของ CPALL จะเติบโต 12% ในปี 2025 จากยอดขายที่เติบโต 4%YoY พร้อมด้วยความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น 20 bps YoY เทียบกับบริษัทอื่นๆ ในกลุ่มที่คาดว่ากำไรจะลดลง YoY ผลจากการชะลอตัวของกำลังซื้อผู้บริโภค จากปัจจัยลบมากมาย อาทิ แผ่นดินไหว น้ำท่วม ปริมาณฝนที่ตกมากว่าปกติจากภาวะลานีญา ความไม่สงบชายแดน ซึ่งกดดันจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 7% YoY ในช่วง YTD ของปี2025

• การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) ในช่วง QTD ของ 4Q25 ที่ -1% ถึง -2% YoY เทียบกับ -0.5% ใน 3Q25 เนื่องจากฝนตกมากขึ้นกว่าปีก่อนและมีภัยพิบัติทางธรรมชาติ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัว YoY และความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงผลกระทบจากมาตรการคนละครึ่งทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อของในร้านค้าโชห่วยมากขึ้น

• ณ สิ้นไตรมาส3/25 มีจำนวนสาขาทั้งหมด 15,764 สาขาในประเทศไทย (เปิดสาขาใหม่ 519 แห่งในช่วง 9M25 คิดเป็น 74% ของแผนการเปิดสาขา 700 สาขา/ปี), 20 สาขาในประเทศลาว (เปิด 10 สาขาในช่วง 9M25), และ 125 สาขาในประเทศกัมพูชา (เปิด 13 สาขาในช่วง 9M25)

คงคำแนะนำ "ซื้อ" Valuation น่าสนใจ

มูลค่าพื้นฐานที่ 59.00 บาท คำนวณด้วยวิธี PE Multiple ที่ 18xPE’26E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มพาณิชย์ไทย