CENTEL (HOLD : Fair Price : Bt 45.00) : สะท้อนกำไรที่แข็งแกร่งไปพอสมควรแล้ว
เราปรับลดคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” มูลค่าพื้นฐาน 45.00 บาท เนื่องจากไม่มี upside และคาดว่าผลประกอบการ 4Q26 จะเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงผลจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น แม้คาดรายงานกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 234 ล้านบาท (+46%YoY, +41%QoQ) หนุนจากผลการดำเนินงานของโรงแรมที่ดีขึ้นหลัง renovate และมีรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมทั้งหมด (RevPAR) เพิ่มขึ้น +2%YoY (ไม่รวมโรงแรมในดูไบเพิ่มขึ้น 6%YoY) ขณะที่การธุรกิจร้านอาหารเติบโตผ่านการขยายสาขาและการควบคุมต้นทุนที่ดี แม้คาด SSSG จะทรงตัว YoY
คาดกำไร 3Q26 โตเด่น YoY และ QoQ
• เราคาดธุรกิจโรงแรมพลิกกลับมามีกำไร 1 ล้านบาทใน 3Q26 จากขาดทุน 35 ล้านบาทใน 3Q25 หนุนจากผลการดำเนินงานของโรงแรมในไทยที่ดีขึ้นหลัง renovate และโรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์ที่มีผลการดำเนินงานดีขึ้น
• CENTEL มีรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมทั้งหมด (RevPAR) 3,622 บาท (+2%YoY) ในช่วง 3Q26 จากราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) ที่ปรับเพิ่มขึ้น 1% YoY และอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นเป็น 70% ใน 3Q26 จาก 69% ใน 3Q25 หนุนจากการเพิ่มขึ้น RevPAR ของโรงแรมในไทย (+13%YoY) และ RevPAR ของโรงแรมในมัลดีฟส์ (+37%YoY) ชดเชยการลดลง RevPAR ของโรงแรมในดูไบ (-26%YoY) และ RevPAR ของโรงแรมในญี่ปุ่น (-18%YoY)
• (+) RevPAR โรงแรมในไทยที่แข็งแกร่งมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงแรมในพัทยา ภูเก็ต และสมุย ผ่านการทำกลยุทธ์ด้านราคาเพื่อดึงกลุ่มลูกค้า Short haul มาทดแทนกลุ่มลูกค้า Long haul ของโรงแรมในภูเก็ต, RevPAR โรงแรมในมัลดีฟส์โตโดดเด่น YoY หนุนจากกลุ่มลูกค้าชาวรัสเซีย อินเดียที่เข้ามาพักมากขึ้น ประกอบกับผลประกอบการของโรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ และโรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ ที่ผลการดำเนินงานปรับตัวได้ดีหลังเปิดดำเนินงานในเดือน เม.ย. 2025
• (-) RevPAR โรงแรมในดูไบที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบของภูมิภาคตะวันออกลางโดยตรงทำให้อัตราการเข้าพักที่ลดลงเป็น 72% ใน 3Q26 จาก 81% ใน 3Q25 ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักคือคนท้องถิ่นที่เดินทางมาพักผ่อนในช่วงวันหยุด, RevPAR โรงแรมในญี่ปุ่นมีแรงกดดันจากฐานสูงของงาน World Expo ที่โอซาก้า ช่วง เมย. - ต.ค. 2025 และการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนจากความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ
• เราคาดกำไรธุรกิจร้านอาหาร 233 ล้านบาท (+3%YoY) ใน 3Q26 หนุนจากการขยายสาขาและการควบคุมต้นทุนที่ดี แม้มีการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ทรงตัว YoY ในช่วง 3Q26 รับผลกระทบจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส แม้ว่าช่วงต้นไตรมาสจะทำได้ดีผ่านการนำเสนอเมนูที่ตอบโจทย์ลูกค้า โดยมี SSSG เดือน ก.ค./ส.ค./ก.ย. 2026 ที่ +2%/-2%/0% ตามลำดับ
คำแนะนำ "ถือ" สะท้อนกำไรที่แข็งแกร่งไปพอสมควรแล้ว
มูลค่าพื้นฐาน 45.00 บาท คำนวณด้วยวิธี EV/EBITDA ที่ 12 เท่าของคาดการณ์ EBITDA ปี 2027 ใกล้เคียง -1SD ของค่าเฉลี่ยการซื้อขายในรอบ 3 ปี สะท้อนความเสี่ยงของความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง