BCH (BUY : Fair Price : Bt 12.50) : เครือข่ายแข็งแกร่ง เติบโตมั่นคง

Published
Share this article:

เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ BCH ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 12.50 บาท เนื่องจาก 1) ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดกลุ่มประกันสังคมเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย 2) โอกาสการเติบโตจากความต้องการในตลาดที่สูงและการเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติ และ 3) แนวโน้มค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่อคนที่คาดสูงขึ้น ตามการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และการขยายเขตอุตสาหกรรมในประเทศไทย เราประเมินกำไรสุทธิปี 2025/26/27 เติบโตที่ 9%/8%/6% จากคาดรายได้ต่างชาติฟื้นตัวหลังกลุ่มตะวันออกกลางกลับมา และผู้ป่วยกัมพูชาเดินทางไปรักษาตัวที่ Kasemrad International Hospital Vientiane และ แผนเปิดโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่งใน 2027 ขณะที่ราคาซื้อขาย PE’26 น่าสนใจที่ 17x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี และใกล้เคียงกับกลุ่มโรงพยาบาล

คาดการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2025

• เรามองว่ากำไรสุทธิปี 2025 จะเติบโตอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท (+9% YoY) หนุนจาก 1) จำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ไม่มีผลประทบต่อผลประกอบการปี ด้วยเพียงเลื่อนจากช่วงฤดูกาลสูงสุดเดิมในไตรมาส 3 มาเป็นช่วงไตรมาส 4 ทั้งนี้ คาดหนุนรายได้ใน 4Q25 เติบโต YoY จากฐานต่ำ 2) ไม่มีปัจจัยลบจากการลดเงินค่าโรคซับซ้อมที่มีต้นทุนสูง (Adj. RW >2) เหมือนเช่นในปี 2024 และ 3) การกลับรายการสำรองหนี้สงสัยจะสูญใน 4Q25 หลังภาครัฐของประเทศคูเวตได้ชำระคืนค่ารักษากว่า 240 ล้านบาท

• อัตรากำไร EBITDA Margin ปี 2025-26 คาดฟื้นตัวเล็กน้อยที่ 24-25% จาก 1) จำนวนผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัว YoY หนุนอัตราครองเตียงและค่ารักษาต่อบิลสูงขึ้น และ 2) การคุมต้นทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัจจัยหนุนผลประกอบการปี 2026-27

เรามองผลประกอบการปี 2026-27 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจาก 1) แนวโน้มการคงอัตราจ่ายเงินค่าโรคซับซ้อนที่มีต้นทุนสูง (Adj. RW > 2) ที่ 12,000 บาท 2) คาดการฟื้นตัวของผู้ป่วยส่งต่อกลุ่มตะวันออกกลางหลังมีการประชุมเพื่อเริ่มกลับมาส่งต่อผู้ป่วยตั้งแต่ 4Q25 3) ผู้ป่วยกัมพูชาแม้เดินทางมารักษาที่ประเทศไทยลดลง แต่มีแนวโน้มเลือกรักษาที่ Kasemrad International Hospital Vientiane ฝั่ง สปป.ลาวแทน ดังนั้นจึงมองเป็นโอกาสฟื้นตัวของรายได้กลุ่ม CLMV ต่อเนื่องในปี 2026 และ 4) กำหนดการปรับปรุงอาคารโรงพยาบาลใน 2Q26 ที่ Kasemrad Hospital Bangkae และ Kasemrad Hospital Maesai ประกอบกับต่อเติมอาคาร และเปิดโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่งใหม่ในปี 2027 แม้ช่วงต้นอาจมีผลขาดทุนและค่าใช้จ่ายสูง แต่มองเป็นปัจจัยหนุนระยะยาว รองรับการเติบโตของจำนวนผู้ป่วยในเขตอุตสาหกรรม

เริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยแนะนำ “ซื้อ”

ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 12.50 บาท คำนวนด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ด้วยสมมติฐาน COE 8.5% และ TG 2% เทียบเป็น PE ที่ 21x โดยคาดซื้อขาย EV/EBITDA’26 ที่ 7x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงพยาบาลที่ 16x (Bloomberg consensus) ขณะที่ซื้อขาย PE’26 ที่ 17x (-1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีของบริษัทที่ 34x) และใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงพยาบาล เทียบเท่า