BBL (HOLD : Fair Price : Bt 210.00) : กำไรอ่อนตัวตามคาด แต่คุณภาพสินเชื่อดีขึ้น

Published
Share this article:

**คงคำแนะนำ “ถือ” มูลค่าพื้นฐาน 210.00 บาท ประเมินด้วยวิธี GGM (ROE 7%, Terminal growth 2%) อิงกับ 0.65x PBV’27E ผลการดำเนินงานใน 3Q26 กำไรสุทธิอยู่ที่ 9.5 พันล้านบาท (-31% YoY, -0.1% QoQ) และ NPL ratio ลดลงที่ 3.2% ทั้งนี้ แม้ผลการดำเนินงานอ่อนแอตามคาด แต่ NIM และคุณภาพสินเชื่อดีกว่าที่คาดไว้ แนวโน้มในปี 2026 ผลกระทบจาก NIM อ่อนตัวลงกดดันรายได้ดอกเบี้ยสุทธลดลงส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2026 ปรับลดลงราว 15% YoY โดยมองว่ากำไรจะกลับมาขยายตัว YoY ใน 4Q26 แม้กำไรในปี 2026 จะปรับลดลง แต่คาด BBL สามารถจ่ายเงินปันผลที่ 10 บาท เท่ากับในปี 2025 เพราะฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง **

กำไรสุทธิใน 3Q26 ลดลง YoY ทรงตัว QoQ

• กำไรสุทธิออกมาตามคาดที่ 9.5 พันล้านบาท (-31% YoY, -0.1% QoQ) กำไรสุทธิลดลง YoY เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจาก NIM ที่อ่อนแอ และกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไร (FVTPL) ลดลง

• ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มขึ้น QoQ เป็น 2.5% (-23 bps YoY, +11 bps QoQ) เพราะอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น

• สินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 0.5% QoQ ส่งผลสินเชื่อใน 9M26 เพิ่มขึ้น 3.2% YTD จากสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ และสินเชื่อกิจการต่างประเทศ

• ด้านคุณภาพสินเชื่อดีขึ้น NPL ratio ลดลงที่ 3.2% ขณะที่ Coverage ratio เพิ่มเป็น 322.1% แข็งแกร่งและสูงสุดในกลุ่มธนาคาร โดย Credit cost ลดลงที่ 119 bps (-23 bps QoQ, -7 bps YoY)

NIM ลดกดดันกำไรปี 2026 แต่กำไรกลับมาเติบโตในปี 2027

• แนวโน้มกำไรสุทธิใน 4Q26 คาดกลับมาเติบโต YoY จากรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว และค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง อย่างไรก็ดี รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจาก NIM ที่อ่อนตัว และที่กำไรจากการขายเงินลงทุนลดลงกดดันให้คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2026 จะปรับลดลง 15% YoY

• ในปี 2027 NIM มีเสถียรภาพมากขึ้นจากการสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวต่อเนื่องจากธุรกิจเกี่ยวข้องกับ Wealth management และ Bancassurance คาดว่ากำไรในปี 2027 จะกลับมาขยายตัว 4%

• แม้คาดกำไรจะปรับลดลงในปี 2026 แต่มองว่าธนาคารสามารถจ่ายเงินปันผลในปี 2026 ที่ 10 บาท เท่ากับในปี 2025 เพราะระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง