AH (BUY : Fair Price : Bt 15.80) : ปี 26 ลุ้นการเติบโตช่วง 2H26
เรายังแนะนำ “ซื้อ” โดยคาดว่ารายได้จะเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในช่วง 2H26 หลังรับรู้รายได้จากสินค้าใหม่เข้ามา นอกจากนี้ AH ยังมีจุดเด่นตรงที่มีฐานการผลิตกระจายในหลายประเทศทั้งเอเชีย (ไทย จีน มาเลเซีย) และยุโรป (โปรตุเกส) รวมถึงในอนาคตจะมีฐานการผลิตที่สหรัฐฯเพิ่มอีกแห่ง (เริ่มปี 28) จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรับคำสั่งซื้อได้ สำหรับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นคาดกระทบไม่มากเพราะสัดส่วนสินค้าที่ไม่สามารถผลักภาระได้มีเพียง 3-4% สำหรับผลประกอบการ 1Q26 มีกำไรสุทธิ 314 ล้านบาท ได้รับผลดีจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น
1Q26 กำไรสุทธิ 314 ล้านบาท (+3%YoY,+198%QoQ)
• กำไรสุทธิงวด 1Q26 ที่ 314 ล้านบาท (+3%YoY,+198%QoQ) ถ้าไม่รวมรายการพิเศษที่เป็นกำไร 6 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 309 ล้านนาท (+1%YoY,+122%QoQ) เติบโตจากส่วนแบ่งกำไรที่ดีขึ้นและภาษีจ่ายที่ลดลง
• รายได้ที่ 6,333 ลบ. (-6%YoY,-1%QoQ) เทียบกับปีก่อนลดลงทั้งในกลุ่มผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ (-6%YoY) จากการชะลอตัวในกลุ่มรถกระบะในประเทศและตัวแทนจำหน่าย (-7%YoY) จากการชะลอตัวของธุรกิจที่มาเลเซีย ส่วนเทียบกับ 4Q25 ส่วนหนึ่งจากการที่ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายในมาเลเซียมีการเร่งการขายในช่วงปลายปี (รายได้ตัวแทนจำหน่ายลดลง 20%QoQ)
• อัตรากำไรขั้นต้นที่ 10.4% เพิ่มขึ้นจาก 9.9% ใน 1Q25 และ 7.5% ใน 4Q25 ส่วนหนึ่งเกิดจากสัดส่วนรายได้จากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่มีกำไรขั้นต้นต่ำลดลง รวมถึงธุรกิจที่โปรตุเกสมีรายได้เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 424 ล้านบาท (+6%YoY,+2%QoQ)
• ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่ 80 ล้านบาท (+32%YoY,+17%QoQ) เกิดจากกิจการร่วมค้าพูเรม อาปิโก มีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดอกเบี้ยจ่ายที่ 73 ล้านบาท (-6%YoY,-14%QoQ)
• ภาษีจ่ายอยู่ที่ 27 ล้านบาท (-36%YoY) เพราะบริษัทย่อยได้รับสิทธิประโยชน์ BOI เข้ามาตั้งแต่ปลาย 2Q25 แต่เพิ่มขึ้น 151%QoQ ตามกำไรก่อนภาษีที่เพิ่มขึ้น
คาด 2H26 รายได้ฟื้นหลังเริ่มรับรู้รายได้ใหม่
ภาพรวมปี 26 AH ยังตั้งเป้ารายได้เติบโตจากปีก่อนได้เล็กน้อย แม้ว่าในช่วง 1Q26 รายได้จะลดลง 6%YoY ก็ตาม เนื่องจากในช่วง 2H26จะเริ่มรับรู้คำสั่งซื้อใหม่จากไทย มาเลเซียและจีน เข้ามา ส่วนบริษัทร่วมทุนที่สหรัฐฯ คาดเริ่มเห็นการผลิตในปี 28 เป็นต้นไป
ผลกระทบจากสงคราม สินค้าที่ผลิตจากเหล็กส่วนใหญ่สามารถเจรจากับลูกค้าได้ทำให้ได้รับผลกระทบไม่มากนัก แต่ในกลุ่มพลาสติก (ประมาณ 1,000 ล้านบาท/ปี) จะถูกกระทบจากราคาที่เพิ่มขึ้นได้
คงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิม แม้ 1Q26 ออกมาดี
แม้กำไรสุทธิในช่วง 1Q26 คิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของกำไรทั้งปีที่เราคาดไว้ที่ 789 ล้านบาท แต่ด้วยในช่วง 2Q26 จะเห็นการลดลงจาก 1Q26 อย่างมากตามฤดูกาล รวมกับภาวะอุตสาหกรรมเริ่มเห็นผลกระทบจากสงครามมากขึ้น เราจึงคงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมก่อน สำหรับคำแนะนำการลงทุน ด้วยปัจจัยที่ AH เป็นผู้ประกอบการที่มีฐานการผลิตหลากราย ทำให้ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตลาดไทยเพียงแห่งเดียว เราจึงยังแนะนำ “ซื้อ” และประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 15.8 บาท (7.1XPER’26E)