สรุปความเคลื่อนไหวหุ้นไทยปี 2025 เกิดอะไรขึ้นหลัง SET Index ร่วงกว่า -10%?
ปี 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ ตลาดหุ้นไทย (SET Index) เผชิญแรงกดดันจากทั้งปัจจัยต่างประเทศและปัจจัยการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะประเด็น นโยบายการค้าสหรัฐฯ ดอกเบี้ย Fed ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ และการปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทย ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวผันผวนตลอดทั้งปี
ไทม์ไลน์สำคัญของตลาดหุ้นไทย 2025
มกราคม (-6.12%)
โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมส่งสัญญาณขึ้นภาษีนำเข้า กดดันหุ้นกลุ่มส่งออก หุ้นที่เชื่อมโยงกับจีน และหุ้น Global Play
กุมภาพันธ์ (-8.43%)
สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม 25% และมีแผนเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศคู่ค้า รวมถึงไทย กระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ
มีนาคม (-3.79%)
เหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมา ส่งแรงสั่นสะเทือนถึงกรุงเทพฯ กระทบจิตวิทยาการลงทุนและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์–ก่อสร้าง
เมษายน (+3.38%) – Grace Period
ตลาดคลายกังวล หลังสหรัฐฯ เลื่อนเก็บภาษีนำเข้าบางรายการ แรงขายเริ่มชะลอ
พฤษภาคม (-4.02%)
ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย จากการปรับพอร์ตตาม MSCI Rebalance เพิ่มแรงกดดันต่อ SET Index
มิถุนายน (-5.19%)
ความตึงเครียดตะวันออกกลางกดดันตลาดโลก ขณะเดียวกันไทยมีประเด็นการเมืองในประเทศ เพิ่มความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย
กรกฎาคม (+14.02%)
สหรัฐฯ ผ่อนคลายภาษีนำเข้า ลดภาษีตอบโต้ไทยจาก 38% เหลือ 19% ตลาดหุ้นไทยรีบาวด์แรง
สิงหาคม (-0.46%)
Fed ส่งสัญญาณอาจลดดอกเบี้ย นักลงทุนชะลอการลงทุน รอดูทิศทางนโยบายการเงิน
กันยายน (+3.04%)
รัฐบาลใหม่ประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ (Quick Big Win) หนุนหุ้น Domestic Play
ตุลาคม (+2.77%)
โลกคลายกังวลการค้า จีน–สหรัฐฯ หลังการพบกันในเวที APEC
พฤศจิกายน (-4.03%)
Government Shutdown สหรัฐฯ กดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
ธันวาคม (+0.24%)
ตลาดหุ้นไทยแกว่งแคบปลายปี ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจไทยปี 2026 และการปรับลดคาดการณ์ GDP
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยและเป้าหมาย SET Index ปี 2026
เป้าหมายดัชนี SET ปี 2026 : 1,385 จุด
ข้อมูลจากการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ต.ค. 2568) ระบุว่า
| ปี (พ.ศ.) | อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP %) |
|---|---|
| 2567 | 2.5% |
| 2568 | 2.2% |
| 2569 | 1.6% |
เศรษฐกิจไทยปี 2026 (2569) คาดว่าจะเติบโตเพียง 1.6%YoY
ชะลอลงจากปี 2025 ที่ขยายตัว 2.2%
ปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไทย
- การบริโภคภายในประเทศชะลอตัว
- รายได้ครัวเรือนเติบโตต่ำ
- หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง
- ผู้ประกอบการ SME เผชิญการแข่งขันจากรายใหญ่และสินค้านำเข้าราคาถูก
- โครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้า
แนวโน้มดังกล่าวมีผลโดยตรงต่อ การลงทุนในตลาดหุ้นไทย, การประเมินมูลค่าหุ้น (Valuation) และกระแสเงินทุนต่างชาติ
ธีมการลงทุนหุ้นไทยปี 2026
ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโตช้า นักลงทุนควรเน้น หุ้นคุณภาพ (Quality Stocks) และหุ้นที่มีความสามารถทำกำไรสม่ำเสมอ
ธีมหลักการลงทุน
- หุ้นปันผลสูง (High Dividend Yield)
- หุ้นขนาดใหญ่ (Large Cap)
- ผู้นำอุตสาหกรรม
- ราคายังไม่แพง (Valuation น่าสนใจ)
กลุ่มหุ้นเด่นในตลาดหุ้นไทย
กลุ่มธนาคารพาณิชย์
SCB, KKP
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
AMATA
กลุ่มท่องเที่ยว
BA, CENTEL
กลุ่มค้าปลีก
CPALL, GLOBAL
กลุ่มโรงพยาบาล
BDMS
กลุ่มดังกล่าวถือเป็นหุ้นที่มีฐานรายได้มั่นคง ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง และมีศักยภาพรับมือเศรษฐกิจชะลอตัวได้ดีกว่าตลาดโดยรวม
“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”