13 หุ้นพื้นฐานแกร่ง รับมือความเสี่ยงสงครามยืดเยื้อ โอกาสลงทุนในหุ้น Defensive

Published
Share this article:
banner image

ความผันผวนของตลาดโลก…มักมาพร้อม “โอกาสลงทุน”

ในช่วงที่ผ่านมา ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดการเงินทั่วโลก รวมถึง ตลาดหุ้นไทย ที่เผชิญกับความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนจำนวนมากมีความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในมุมของการลงทุน ความผันผวนมักมาพร้อมกับ “โอกาส” เสมอ และรอบนี้ก็เช่นกัน
เมื่อความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เม็ดเงินของนักลงทุนมักจะเคลื่อนย้ายเข้าสู่ หุ้นที่มีความมั่นคงสูง (Defensive Stocks) ซึ่งเป็นธุรกิจที่สามารถรักษาระดับรายได้และผลประกอบการได้แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว

หุ้น Defensive คืออะไร ทำไมถึงน่าสนใจในช่วงตลาดผันผวน

หุ้น Defensive คือหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิต หรือมีรายได้ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ ทำให้ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจหรือความผันผวนของตลาดมีน้อยกว่าหุ้นในกลุ่มวัฏจักรเศรษฐกิจ

ลักษณะเด่นของหุ้น Defensive ได้แก่

  • รายได้มีความต่อเนื่องและค่อนข้างคาดการณ์ได้
  • ความต้องการสินค้าและบริการไม่ลดลงมากแม้เศรษฐกิจชะลอ
  • ความผันผวนของราคาหุ้นมักต่ำกว่าตลาดโดยรวม
  • หลายบริษัทมี เงินปันผลสม่ำเสมอ

ในช่วงที่ตลาดเกิดแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่น สงคราม ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือเศรษฐกิจโลกชะลอตัว นักลงทุนจึงมักเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้

13 หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง ที่น่าสนใจในช่วงตลาดผันผวน

จากการคัดเลือกโดย Pi Research มี 13 หุ้นพื้นฐานแกร่งในตลาดหุ้นไทย ที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจสำคัญและมีศักยภาพในการรับมือกับความผันผวนของตลาด

1. กลุ่มไฟแนนซ์

  • Muangthai Capital (MTC)
  • Srisawad Corporation (SAWAD)
  • Ngern Tid Lor (TIDLOR)

ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยยังคงมีความต้องการต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคต้องการสภาพคล่องเพิ่มขึ้น

2. กลุ่มสื่อสาร

  • Advanced Info Service (ADVANC)
  • True Corporation (TRUE)
    ธุรกิจโทรคมนาคมถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตและมือถือยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

3. กลุ่มธนาคาร

  • Krungthai Bank (KTB)
  • Kasikornbank (KBANK)
  • SCB X (SCB)
  • TISCO Financial Group (TISCO)
  • Kiatnakin Phatra Bank (KKP)
    ธนาคารยังเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจไทย โดยได้รับประโยชน์จากโครงสร้างรายได้ที่หลากหลาย และบางแห่งยังมีจุดเด่นด้าน Dividend Yield

4. กลุ่มโรงพยาบาล

  • Bangkok Chain Hospital (BCH)

ธุรกิจการแพทย์เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีความต้องการต่อเนื่อง เนื่องจากบริการด้านสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็นในทุกภาวะเศรษฐกิจ

5. กลุ่มศูนย์การค้า

  • Central Pattana (CPN)

การฟื้นตัวของการบริโภคและการท่องเที่ยวช่วยสนับสนุนธุรกิจศูนย์การค้าให้กลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง

6. กลุ่มค้าปลีก

  • CP All (CPALL)

ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้มีรายได้ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอและเติบโตตามการบริโภคภายในประเทศ

เมื่อหุ้นดีถูกกดราคาจาก Sentiment ตลาด อาจเป็น “จังหวะสะสม”

แม้ว่าหุ้นในกลุ่ม Defensive จะมีพื้นฐานแข็งแกร่ง แต่ในช่วงที่ตลาดปรับฐานจากปัจจัยภายนอก ราคาหุ้นก็อาจปรับลดลงตาม Sentiment ของตลาดโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณี การปรับตัวลงของราคาหุ้นไม่ได้สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจ แต่กลับกลายเป็น โอกาสสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว ที่ต้องการสะสมหุ้นพื้นฐานดีในราคาที่เหมาะสม

การเลือกลงทุนในหุ้นที่มี

  • พื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง
  • กระแสเงินสดมั่นคง
  • ความสามารถในการเติบโตระยะยาว

อาจช่วยให้พอร์ตการลงทุนสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดได้ดียิ่งขึ้น

มุมมองการลงทุนในช่วงความไม่แน่นอนของตลาด

ในภาวะที่โลกเผชิญกับความเสี่ยงจาก สงคราม ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว การจัดพอร์ตลงทุนให้สมดุลระหว่างการเติบโตและความมั่นคงจึงเป็นสิ่งสำคัญ

หุ้น Defensive จึงกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญ ที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ต พร้อมเปิดโอกาสให้ลงทุนในบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและศักยภาพเติบโตในระยะยาว

+++++++++++++++++

📌 หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และประกอบการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้ชวนหรือแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

About Author

profile icon
Pi Marketing and Communication Team
Pi Securities Public Company Limited