TU (BUY : Fair Price : Bt 13.10) : 2Q25 อัตราแลกเปลี่ยนกดดันรายได้
**เรายังแนะนำ “ซื้อ” เพราะราคาหุ้นปรับตัวลดลงมารับกับความกังวลถึงอัตราภาษีของสหรัฐฯมากแล้ว ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเบื้องต้นในช่วงต้นเดือน ก.ค.นี้ โดยคาดว่าจะไม่ถึงระดับสูงสุดที่เคยประกาศไว้ที่ระดับ 36% ขณะที่ผลประกอบการงวด 2Q25 หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนรายได้จะกลับมาเติบโตได้จากปีก่อน หลังจากลูกค้าหลักกลับมาสั่งตามปกติ ส่วนกำไรสุทธิเราคาดที่ 1,142 ล้านบาท ลดลง 6%YoY จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เราอาจจะมีการปรับกำไรทั้งปีหลังจากค่าใช้จ่ายภาษีส่วนเพิ่มจาก GMT มีแนวโน้มออกมาต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้เหลือ 100-150 ล้านบาท จากเดิมที่คาดไว้ที่ระดับ 300 ล้านบาท **
2Q25 คาดกำไรสุทธิ 1,142 ล้านบาท (-6%YoY,+12%QoQ)
• เราคาด TU มีกำไรสุทธิ 2Q25 ที่ 1,142 ล้านบาท (-6%YoY, -+12%QoQ) เทียบกับปีก่อนลดลงเพราะแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ส่วนการเพิ่มขึ้นจาก 1Q25 เป็นผลของการฟื้นตัวในทุกธุรกิจหลังเข้าสู่ช่วง High Seasons
• รายได้คาดที่ 34,612 ล้านบาท (-2%YoY,+16%QoQ) การลดลงจากปีก่อนสาเหตุหลักจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น แม้ยอดขายในรูปสกุลต่างประเทศจะเติบโตในทุกธุรกิจ ยกเว้นอาหารแช่แข็ง ส่วนการเพิ่มขึ้นจาก 1Q25 ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอาหารแปรรูป (Ambient) ที่ลูกค้ากลับมาสั่งตามปกติ และอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยังเติบโตได้ดี
• กำไรขั้นต้นคาดที่ 18.9% ดีขึ้นเล็กน้อยจาก 2Q24 และ 1Q25 ได้รับผลดีจากกำไรขั้นต้นธุรกิจอาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็งที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้กำไรขั้นต้นธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงจะกลับสู่ระดับปกติที่ 25% ก็ตาม ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดที่ 4,846 ล้านบาท (+6%YoY,+3%QoQ) เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายในการตลาดและที่ปรึกษาในการปรับโครงสร้างที่ยังมีอยู่ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมคาดที่ 262 ล้านบาท (+46%YoY,-10%QoQ) เติบโตจากปีก่อนเพราะบริษัทร่วมที่อินเดีย ส่วนลดลงจาก 1Q25 เพราะผลกระทบตามฤดูกาล
• ภาษีจ่ายคาดที่ 154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 247%YoY เพราะเริ่มได้รับ ผลกระทบจากนโยบายภาษี GMT แล้ว
**รอความชัดเจนของภาษี แต่มีข่าวดีตรง GMT น้อยกว่าคาด **
ภาพรวมในช่วง 2H25 สิ่งที่ TU ต้องติดตามคืออัตราภาษีที่สหรัฐฯจะเรียกเก็บจากประเทศไทย เพราะตลาดสหรัฐฯ เป็นสัดส่วนรายได้กว่า 40% ของรายได้รวม โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง โดย TU มีการประเมินว่ารายได้ทั้งปีจะเติบโตได้ประมาณ 1-3% หากมีการเก็บภาษีที่ระดับ 10% นอกจากนี้ยังติดตามเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนว่าจะอยู่ในระดับใดหลังจากแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามปัจจัยบวกที่มีคือ ค่าใช้จ่ายภาษีจากผลกระทบของ GMT ที่เดิมคาดว่าจะมีเพิ่มเข้ามาประมาณ 300 ล้านบาท จะเหลือเพียง 100-150 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้อัตราภาษีจ่ายจะอยู่ในกรอบ 10-12.5% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 10-14%
**รอความชัดเจนจากภาษีก่อนปรับประมาณการ **
หากกำไรสุทธิออกมาตามคาดจะทำให้กำไรปกติในช่วง 1H25 อยู่ที่ระดับ 1,764 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 47% ของกำไรทั้งปีที่เราคาดไว้ที่ 3,734 ล้านบาท ทำให้เราอาจจะมีการปรับประมาณการใหม่ โดยจะรอความชัดเจนเรื่องภาษีของสหรัฐฯ สำหรับคำแนะนำการลงทุน เรามองว่าราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาเพราะกังวลเรื่องภาษีสหรัฐฯมากแล้ว อีกทั้งในปี 26 จะเริ่มเห็นผลดีจากการปรับโครงสร้างบริษัทมากขึ้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” และประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 13.1 บาท (16XPER’25E)