SAT (HOLD : Fair Price : Bt 7.70) : ปันผลยังเด่น 2H25 จ่ายอีก 1.2 บาท/หุ้น
เราปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” หลังราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นจนมีส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมเพียง 7% เพื่อรับเงินปันผลเป็นหลัก ซึ่ง SAT ประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H25 อีก 1.2 บาท/หุ้น รวมทั้งปีจ่าย 1.6 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบกทนกว่า 10% สำหรับผลประกอบการงวด 4Q25 มีกำไรสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 197 ล้านบาท (-8%YoY,+1%QoQ) ดีกว่าที่เราคาดไว้เล็กน้อย ได้รับผลดีจากกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 21.2% แต่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้อยู่ที่ 1,694 ล้านบาท (-7%YoY,+2%QoQ) ภาพรวมปี 26 เบื้องต้นคาดรายได้เติบโตตามอุตสาหกรรมทั้งยานยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตร โดยเราคาดกำไรสุทธิที่ 752 ล้าบนาท (+3%YoY)
4Q25 กำไรสุทธิ 197 ล้านบาท (-8%YoY,+1%QoQ)
• SAT มีกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 197 ล้านบาท (-8%YoY,+1%QoQ) ดีกว่าที่เราคาดไว้เล็กน้อย โดยปัจจัยบวกในไตรมาสนี้คือกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 21.2% แต่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น
• รายได้ที่ 1,694 ล้านบาท (-7%YoY,+2%QoQ) เทียบกับปีก่อนลดลงมากในกลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตรที่มีปริมาณการผลิตลดลงถึง 52%YoY แม้การผลิตรถยนต์จะเพิ่มขึ้นได้ 11%YoY ก็ตาม ส่วนการฟื้นตัวจาก 3Q25 ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยอดผลิตเพิ่มขึ้น 8%YoY
• อัตรากำไรขั้นต้นที่ 21.2% ดีขึ้นจาก 20% ใน 4Q24 และ 18.8% ใน 3Q25 เป็นจากควบคุมต้นทุนที่ SAT ทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี รวมกับสัดส่วนรายได้จากรถกระบะที่เพิ่มขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 210 ล้านบาท (+15%YoY,+23%QoQ) เกิดจากค่าใช้จ่ายบางส่วนมีการบันทึกเพิ่มหลังจากไม่ได้บันทึกในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา
• ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่ 25 ล้านบาท (+24%YoY,+54%QoQ) ภาษีจ่าย 20 ล้านบาท (-41%YoY,+555%QoQ) เพราะไตรมาสก่อนมีการปรับปรุงภาษีจาก BOI
• รวมแล้วปี 25 SAT มีกำไรสุทธิ 730 ล้านบาท (+4%YoY)
ปี 26 ลุ้นอุตสาหกรรมฟื้น
ภาพรวมอุตสาหกรรมปี 26 ทาง SAT ตั้งเป้ารายได้เติบโตทั้งตามปริมาณการผลิตรถยนต์ในประเทศที่สภาอุตสาหกรรมคาดไว้ที่ระดับ 1.5 ล้านคัน (+3%YoY) และการผลิตรถในกลุ่มแทรคเตอร์หลังจากลดลงมากในปี 25 ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่ ตั้งเป้าอยู่ที่ระดับ 300-400 ล้านบาท ทั้งนี้ SAT ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าไปรับผลิตสินค้าในกลุ่ม BEV ของค่ารถยนต์จีนว่า ณ ปัจจุบันโรงงานของ SAT ยังมีต้นทุนที่สูงกว่าการนำเข้าจากจีน รวมถึงรถยนต์ที่ผลิตในช่วงนี้ยังเป็นรถยนต์ในกลุ่มรถยนต์นั่งที่ SAT มีสินค้าในกลุ่มดังกล่าวไม่มากนัก ทำให้ยังไม่เห็นคำสั่งซื้อจากกลุ่มดังกล่าวเข้า โดยผลิตภัณฑ์ของ SAT ยังสามารถรองรับกับตลาดรถยนต์ในกลุ่ม PHEV และ HEV ได้
ปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” เพื่อรับปันผลเป็นหลัก
เราคาดผลประกอบการปี 26 มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวได้ตามอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามด้วยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงในช่วง 4Q25 ทำให้เราปรับค่าใช้จ่ายในปี 26 ขึ้นและประเมินกำไรสุทธิได้ใหม่ที่ 752 ล้านบาท (+3%YoY) สำหรับคำแนะนำการลงทุนด้วย SAT เป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ โดยในช่วง 2H25 จ่ายอีก 1.2 บาท/หุ้น XD 5 มี.ค. จ่าย 8 พ.ค. (รวมทั้งปี 1.6 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนกว่า 10%) แต่ด้วยราคาที่ปรับขึ้นมามากทำให้มีส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินที่ 17.7 บาท (10XPER’26E) เพียง 7% เราจึงปรับคำแนะนำเป็น “ถือ”