SAT (BUY : Fair Price : Bt 17.70) : 2H26 ลุ้นเครื่องจักรกลการเกษตรฟื้น

Published
Share this article:

เราปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” หลังราคาหุ้นปรับตัวจนมีส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมมากกว่า 10% แล้ว แต่เน้นเป็นการลงทุนเพื่อรับเงินปันผลที่คาดว่าทั้งปีจะจ่ายประมาณ 1.6 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนกว่า 10% (1H26 จ่ายแล้ว 0.4 บาท/หุ้น) สำหรับข้อมูลในอนาคตจากการสอบถามกับผู้บริหารทราบว่าในช่วง 2H26 คาดเห็นรายได้จากธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรกลับมาปรับตัวดีขึ้นหลังจากสต๊อกของผู้ผลิตเริ่มเหลือน้อย ซึ่งจะมาชดเชยกับรายได้กลุ่มรถยนต์ที่ยังถูกกดดันจากวันหยุดมากในช่วงปลายปี สำหรับกำไรขั้นต้นอาจจะไม่สูงเท่า 2Q26 แต่ยังใกล้เคียงที่ระดับ 20% ได้ ปัจจัยบวกอีกประการคือ คาดว่าอัตราภาษีจ่ายจะลดลงจาก 2Q26 หลังมีการขอ BOI เพิ่ม

**สรุปประเด็นจากประชุม **

• SAT ให้ข้อมูลภาพรวมเกี่ยวกับผลประกอบการงวด 2H26 ในส่วนของรายได้คาดเห็นการเพิ่มขึ้นจาก 1H26 ได้ เกิดจากรายได้ในกลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตร (20% ของรายได้รวม) เนื่องจากลูกค้าเหลือสต๊อกสินค้าค่อนข้างต่ำ รวมกับการปล่อยสินเชื่อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นทำให้ SAT มองว่าจะมีคำสั่งซื้อกลับเข้ามาเพิ่มขึ้นได้ สำหรับธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์จะถูกกดดันจากวันหยุดที่ค่อนข้างมากในช่วง 4Q26 (คาดรายได้ 3Q26 ทรงตัวจากปีก่อนแต่เพิ่มขึ้นจาก 2Q26 ส่วน 4Q26 คาดทรงตัวจาก 3Q26)

• คำสั่งซื้อใหม่คาดจะเซ็นสัญญาได้ในช่วงปลายปีหรือต้นปี 27 แต่จะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 28 เป็นต้นไป (งานใหม่นี้ทำให้ SAT ต้องลงทุนเพิ่ม มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท)

• ด้านต้นทุนคาดกำไรขั้นต้นจะไม่สูงเท่า 2Q26 ที่สูงถึง 21% เนื่องจากจะมีการคืนส่วนลดให้ลูกค้าจากราคาวัตถุดิบเหล็กที่ปรับลดลง รวมถึงต้นทุนด้านเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 10%

• ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดปรับตัวลดลงจาก 1H26 เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินงานเข้ามาเหมือนช่วงก่อนหน้า (อย่างเช่นค่าใช้จ่ายด้านโครงการใหม่ และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมกันกว่า 30 ล้านบาท)

• อัตราภาษีจ่ายคาดลดลงจาก 2Q26 เพราะจะมีการขอสิทธิ BOI เพิ่มเติมที่จะมาช่วยลดภาษีได้ (2Q26 ยื่นขอใช้สิทธิไม่ทันทำให้เสียภาษี ในอัตราปกติที่ระดับ 20%)

ปรับรายได้ลง แต่กำไรขั้นต้นขึ้น ทำให้กำไรสุทธิเท่าเดิม

จากรายได้ในช่วง 1H26 ที่ลดลง 3%YoY แม้แนวโน้ม 2H26 จะดีขึ้น แต่คาดว่าจะไม่เติบโตเหมือนที่เราเคยคาดไว้ ทำให้เราปรับรายได้ลงจากเดิม 6% มาอยู่ที่ 6,796 ล้านบาททรงตัวจากปี 25 แต่ปรับกำไรขั้นต้นขึ้น จากเดิม 18.5% มาอยู่ที่ 19.1% และทำให้กำไรสุทธิยังออกมาใกล้เคียง เดิมที่ 752 ล้านบาท (+3%YoY)

ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” เพื่อรับปันผลเป็นหลัก

สำหรับคำแนะนำการลงทุนด้วย SAT เป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ แม้มีโครงการลงทุนสำหรับคำสั่งซื้อใหม่กว่า 300 ล้านบาท แต่คาดว่าจะไม่กระทบกับเงินปันผลทั้งปีที่คาดว่าจะจ่าย 1.6 บาท/หุ้น (1H26 จ่ายแล้ว 0.4 บาท/หุ้น และคาดว่า 2H26 จะจ่ายอีก 1.2บาท/หุ้น) ซึ่งคิดเป็นผลตอบแทนกว่า 10% เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 17.7 บาท (10XPER’26E)