ICHI (HOLD : Fair Price : Bt 16.00) : น้ำด่างเด่นหนุนกำไร 2Q26

Published
Share this article:

เราคงคำแนะนำ “ถือ” มูลค่าพื้นฐาน 16.00 บาท รับปันผลที่ระดับ 6%-7% คาดรายงานกำไรสุทธิงวด 2Q26 ที่ 302 ล้านบาท (-26%YoY) เนื่องจากไม่มีกำไรพิเศษจากการขายที่ดินเหมือนช่วง 2Q25 และมีกำไรปกติ 2Q26 ที่ 302 ล้านบาท (-3%YoY, +9%QoQ) ผลจากยอดขายชาเขียวที่คาดว่าจะลดลง 2%YoY บวกกับแรงกดดันด้านต้นทุนเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้นราว 10% ในช่วง 2Q26 ขณะที่ QoQ ยังสดใสตามปัจจัยฤดูกาลและการเติบโตของยอดขายน้ำด่าง เราประเมินแนวโน้มยอดขายชาเขียวปรับตัวดีขึ้นช่วง 2H26 รับปัจจัยบวกมาตรการไทยช่วยไทยพลัสและการปรับกลยุทธ์การตลาดในตลาดค้าปลีกแบบดั้งเดิม

คาดกำไร 2Q26 ลดลง YoY

คาดยอดขาย 2Q26 ที่ 2.1 พันล้านบาท (-5%YoY) เนื่องจากยอดขายชาเขียวพร้อมดื่มที่ลดลง 2%YoY จากยอดขายในตลาดค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่ลดลงตามภาวะกำลังซื้อผู้บริโภค ยอดขาย OEM ที่ลดลงเนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต รวมถึงยอดขายในตลาดต่างประเทศที่หายไปตั้งแต่มีความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยอดขายหลักในปัจจุบันคือประเทศลาว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังทยอยส่งน้ำด่างไปขายในประเทศต่างๆเช่น ใต้หวัน จีน ออสเตีรเลีย ส่วนยอดขาย YenYen ที่คาดว่าจะฟื้นตัวเป็นไตรมาสที่2 ติดต่อกัน ยอดขายน้ำด่างที่ยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องทำให้คาดว่ายอดขายในกลุ่มสินค้า non-tea โต 59% YoY ประเมินอัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 ลดลง 50 bps YoY เนื่องจากต้นทุนเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้น อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงขึ้น 10 bps YoY

แรงกดดันด้านต้นทุนเริ่มคลี่คลาย

ราคา PET resin ในตลาดปรับตัวลดลงสู่ระดับ 1,070 US$/ton ในเดือนก.ค. 2026 หลังแต่จุดสูงสุดในเดือน มี.ค.-เม.ย. 2026 ที่ราว 1,260 US$/ton ดังนั้น ICHI ที่มีต้นทุนบรรจุภัณฑ์ 36% เนื่องจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ซึ่งทำจากเม็ดพลาสติกผันแปรตามราคาน้ำมัน จะทำให้ในระยะถัดไปต้นทุนมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ประกอบกับสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรดีกว่าค่าเฉลี่ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ตลาดชาเขียวฟื้นตัวครั้งแรกในรอบปี และมีแนวโน้มดีต่อใน 2H26

ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มมูลค่า 1.7-1.8 หมื่นล้านบาทกลับมาเติบโต YoY กลับมาเติบโต YoY อีกครั้งในเดือนเม.ย. 2026 ที่ผ่านมา หลังเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยและกำลังซื้อในตลาดค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่ชะลอตัว ประกอบกับการควบคุมราคาขายสินค้าในตลาดผ่านการลดสต็อกเพื่อจำกัดการขายสินค้าในช่องทาง Super Hypermarket ที่จะเป็นฐานใหม่ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2026 เช่นเดียวกัน โดยหากมองไปในช่วง 2H26 และ ปี 2027 จะมีทั้งปัจจัยบวกจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นหลังเข้าสู่สภาวะเอลนีโญในเดือน มิ.ย. 2026 ที่ผ่านมา และกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้นในเดือน พ.ย. 2026 ไปถึงปี 2027 นอกจากนี้ยังมีมาตรการไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาลที่เข้ามาช่วยหนุนกำลังซื้อผู้บริโภคทำให้ยอดขายในตลาดค้าปลีกแบบดั้งเดิมมีแนวโน้มฟื้นตัว

**แนะนำ "ถือ" รับปันผล **

มูลค่าพื้นฐาน 16.00 บาท คำนวณด้วยวิธี PE multiple ที่ 16xPE’27E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องดื่ม (เดิม 13.00 บาท) หลังปรับ PE multiple เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวของตลาดชาเขียวพร้อมดื่มและโอกาสในการขยายธุรกิจน้ำด่าง