BJC (BUY : Fair Price : Bt 17.00) : คาด MM หนุนกำไรไตรมาสละ 100 ล้านบาท
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน 17.00 บาท แม้ว่าแนวโน้มการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ช่วงเดือนพ.ค. 2026 จะทรงตัว YoY แต่ดูดีขึ้นกว่าช่วงเดือน เม.ย. 2026 ที่ติดลบใกล้เคียง 1Q26 ที่ -3.3% เราคาดเห็นการปรับโครงสร้างธุรกิจปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร และกำไรจาก MM Mega Market ราวไตรมาสละ 100 ล้านบาท เข้ามาหนุนผลประกอบการช่วงที่เหลือของปี 2026
สรุปประชุม 1Q26
• ปี 2026 บริษัทคงเป้ายอดขายโต 4%-6% YoY แต่ปรับอัตรากำไรขั้นต้นลงมาทรงตัว YoY จากเดิมที่ +10 ถึง +20 bps YoY รับแรงกดดันด้านต้นทุนจากสงครามในตะวันออกกลาง บวกกับรับรู้รายได้โรงแก้วที่ต่างประเทศที่มีอัตรากำไรต่ำกว่า และ %SG&A ทรงตัว YoY
• บริษัทคงแผนเปิด 2 สาขาใหญ่ในช่วง 2H26 และเปิด Mini BigC 200 สาขา ซึ่งจะเป็น Super CVS (New Mini BigC) 120 สาขา มีที่ดินเตรียมพร้อมแล้ว ที่ผ่านมา 1Q26 เปิดไป 2 สาขาได้รับกระแสตอบรับที่ดีจำนวนลูกค้าเข้าร้านเพิ่มขึ้น 20% New Mini เป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่ขั้น มีที่จอดรถ เพิ่มสินค้าราว 2,000 SKUs มีสินค้านำเข้า มีร้านกาแฟด้านใน ขณะที่มีแผนปิด 9 สาขาใหญในปี2026 ซึ่งจะทำให้ EBIT ดีขึ้น 2% กระทบยอดขาย 0.7% และค่าเช่า 0.2% ปัจจุบัน ณ สิ้น 1Q26 ปิดไปแล้ว 2 สาขา และจะปิดอีก 1 สาขาใน 2Q26 และ 6 สาขาใน 3Q26 ทำให้ ณ สิ้นปี2026 จะมีสาขาใหญ่ทั้งสิ้น 203 สาขา
• เริ่มรับรู้ผลประกอบการของ MM Mega Market ที่เวียดนามตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 2026 โดยมียอดขายคิดเป็นราว 15% ของยอดขาย BigC และบริษัทคาดว่าจะรับรู้กำไรราวไตรมาสละ 100 ล้านบาท ปัจจุบัน SSSG ของ MM ช่วง QTD ของ 2Q26 +14% ในเงินสกุลดองและ +9% ในเงินสกุลบาท
กำไรธุรกิจ BigC ช่วง 1Q26 ลดลง YoY
• ธุรกิจร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (BigC) มีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) 1.2 พันล้านบาท (-18%YoY, -3%QoQ) ใน 1Q26 ผลจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ -3.3% YoY ใน 1Q26 ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดน ไทย–กัมพูชา โดยมี BigC สาขาใหญ่ 208 สาขาใน 1Q26 เพิ่มขึ้นจาก 207 สาขาใน 1Q25 และ Mini Big 1,527 สาขาใน 1Q26 ลดลงจาก 1,629 สาขาใน 1Q25 อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 12 bps YoY เป็น 18.3% ใน 1Q26 จาก 18.2% ใน 1Q25 จาก Product mix ที่ดีขึ้น ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่ของศูนย์การค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 92.3% ใน 1Q26 จาก 91.4% ใน 1Q25 ภาพรวมความสามารถในการทำกำไรลดลง YoY มี EBIT margin 5.0% ใน 1Q26 ลดลงจาก 5.8% ใน 1Q25 ตามยอดขายสาขาเดิมที่ลดลง
• ธุรกิจอื่นๆ มี EBIT ปรับตัวดีขึ้น อาทิ ธุรกิจบรรจุภัณฑ์มี EBIT 953 ล้านบาท (+6%YoY) ใน 1Q26 หนุนจากรายได้บรรจุภัณฑ์ที่ 6.5 พันล้านบาท (+15%YoY) จากยอดขายบรรจุภัณฑ์แก้วที่เพิ่มขึ้น 9% YoY จากการรวมโรงแก้วในมาเลเซียและเวียดนาม ขณะที่ในไทยยังคงทรงตัว YoY บวกกับรายได้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องที่โต 21% YoY จากการขยายฐานลูกค้ารวมถึงราคาขายที่สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ลดลง 96 bps YoY ที่ 21.6% ใน 1Q26 จากกลยุทธ์การขยายตลาดในกลุ่มกระป๋อง และสัดส่วนรายได้ที่เปลี่ยนแปลงหลังรงมโรงแก้วมาเลเซีย, ธุรกิจเวชภัณฑ์และเทคนิคมี EBIT 411 ล้านบาท (+163%YoY) ใน 1Q26 หนุนจากสัดส่วนรายได้จากยาที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมี EBIT 487 ล้านบาท (-2%YoY) ใน 1Q26 ผลจากค่าใช้จ่ายโฆษณาและส่งเสริมการขาย (A&P) ที่เพิ่มขึ้น YoY
คำแนะนำ “ซื้อ” แนวโน้มกลับมาสดใส
มูลค่าพื้นฐาน 17.00 บาท คำนวณด้วยวิธี PE Multiple ที่ 16xPE’26E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มพาณิชย์ไทย