AOT (BUY : Fair Price : Bt 69) : ราคาหุ้นลดลงจนเริ่มน่าสนใจ
เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” หลังจากราคาหุ้นมีส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมที่เราคาดไว้ 69 บาท กว่า 11% โดยเรามองว่าเป็นหุ้นที่ได้รับผลกระทบต่ำจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มผลประกอบการงวด FY4Q26 ที่คาดว่าจะเห็นการเติบโตอย่างมากจากการเก็บค่า PSC ใหม่เต็มไตรมาส ส่วนผลดีจากการที่ AOTGA ได้รับสัมปทานผู้ให้บริการ รายที่3 ในสนามบินสุวรรณภูมิ เรามองว่าผลดีจะมีทั้งทางตรงจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน และผลดีทางอ้อมที่จะช่วยให้สายการบินต่างประเทศมีโอกาสเพิ่มเที่ยวบินมายังประเทศไทยได้
**ได้รับผลกระทบต่ำจากน้ำมันที่กลับมาสูง **
• เรามองว่า AOT เป็นหุ้นในกลุ่มการบินที่ได้รับผลกระทบต่ำสุดจากสภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากธุรกิจมีความเกี่ยวพันกันราคาน้ำมันทางตรงค่อนข้างต่ำ
• ปัจจัยบวกหลักที่มีคือผลประกอบการงวด FY4Q26 (ก.ค.-ก.ย. 26) จะเป็นไตรมาสที่มีการรับรู้รายได้จากค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) อัตราใหม่ที่ 1,120 บาท/คน เต็มไตรมาส ซึ่งจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส (ก.ค.-ส.ค.) แม้ว่าระหว่างประเทศจะลดลง 0.5%YoY แต่อัตราใหม่ที่เก็บสูงกว่าเดิมถึง 53% จะมาชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ (แต่ถ้าดูผู้โดยสารระหว่างประเทศเดือน ส.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้แล้ว 0.8%YoY ขณะที่เดือนก.ย. (1-5) เพิ่มขึ้น 2%YoY)
• ภาพรวมผู้โดยสารสำหรับปีงบประมาณ 26 (ต.ค.25-ก.ย.26) นับถึงวันที่ 5 ก.ย. มีจำนวนรวม 120 ล้านคน ทำให้มีโอกาสที่ผู้โดยสารรวมทั้งปีจะสูงกว่าที่ AOT คาดไว้ที่ 125.95 ล้านคน และจะทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 26 มีโอกาสออกมาดีกว่าที่เราเคยคาดไว้เบื้องต้นก่อน หน้านี้ที่ 19,654 ล้านบาทได้ (FY4Q26 เบื้องต้นคาดไว้ที่ระดับ 4,800 ล้านบาท ซึ่งจะกลับมาเติบโตทั้ง YoY และ QoQ ได้)
• ปัจจัยบวกอีกประการคือการที่รัฐบาลมีการออกมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเดินทางในช่วง High Seasons ของการท่องเที่ยวช่วงปลายปี 26- ต้นปี 27 ได้
• สำหรับ AOTGA ที่ล่าสุดได้รับอนุมัติจาก ครม. ในการเข้าทำสัญญาบริหารคลังสินค้า บริการลานจอด อุปกรณืภาคพื้น และการดูแลผู้โดยสารภาคพื้นรายที่ 3 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ (2รายแรกคือการบินไทย และบริษัทลูกของ BA) ในแง่ผลดีต่อผลประกอบการทางตรงเราคาดว่าอาจจะไม่มากนักเพราะเป็นการรับรู้ผ่านส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเป็นหลัก โดยคาดว่าจะเพิ่มกำไรให้กับ AOT ได้ประมาณ 1-2% (AOT ถือหุ้นใน AOTGA ในสัดส่วน 49%) อย่างไรก็ตามปัจจัยบวกทางอ้อมที่คาดว่าจะเกิดคือการที่มีผู้ให้บริการรายที่ 3 จะทำให้สายการบินอื่นๆมีโอกาสในการเพิ่มเที่ยวบินมาไทยมากขึ้น ซึ่งจะหนุนรายได้ในกลุ่มค่าบริการสนามบิน ค่า Landing Parking และ ค่าบริการผู้โดยสารขาออก มีโอกาสเพิ่มขึ้นได้
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
จากปัจจัยบวกที่กล่าวไปข้างต้น รวมถึงราคาปัจจุบันมีส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมที่เราคาดไว้ที่ 69 บาท (35XPER27E) กว่า 11% เราจึง ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” แทน