AH (BUY : Fair Price : Bt 15.80) : ปี 26 ลุ้นการเติบโตช่วง 2H26
**เราคาดว่าผลประกอบการของ AH จะกลับมาเติบโตได้อย่างชัดเจนในช่วง 2H26 เป็นต้นไป จากผลดีของการรับรู้คำสั่งซื้อใหม่ทั้งบริษัทที่ไทย มาเลเซียและจีน โดยบริษัทตั้งเป้าเติบโตในระดับ 2-4% ขณะที่ผลกระทบจากสงครามที่เกิดขึ้นกระทบในส่วนของการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกแต่ไม่มากนัก เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากชิ้นงานพลาสติกมีเพียง 20% ของกลุ่ม OEMs แต่บางส่วนสามารถปรับราคากับลูกค้าได้ ทั้งนี้เราประเมินรายได้และกำไรสุทธิปี 26 อยู่ที่ 26,234 ล้านบาท (+2%YoY) และ 789 ล้านบาท (+8%YoY) ตามลำดับ **
**4Q25 กำไรสุทธิ 106 ล้านบาท (-12%YoY,-50%QoQ) **
• กำไรสุทธิงวด 4Q25 ที่ 106 ล้านบาท (-12%YoY,-50%QoQ) ถ้าไม่รวมรายการพิเศษที่เป็นผลขาดทุนกว่า 33 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นการด้อยค่าเงินลงทุนกว่า 21 ล้านบาท) จะมีกำไรปกกติ 139 ล้านนาท (+42%YoY,-34%QoQ) เทียบกกับีก่อนเพิ่มขึ้นจากผลดีของรายได้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
• รายได้ที่ 6,396 ลบ. (+4%YoY,+5%QoQ) เติบโตดีจากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 11%YoY,37%QoQ มาอยู่ที่ 2,235 ล้านบาท จากยอดขายในมาเลเซีย ส่วนรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ 4,159 ล้านบาท (+0.1%YoY,-7%QoQ) ยังคงถูกกดดันจากตลาดรถกระบะในประเทศที่ยังไม่ดีนัก แม้รายได้จากโปรตุเกสจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
• อัตรากำไรขั้นต้นที่ 7.5% ลดลงจาก 7.7% ใน 4Q24 และ 9.2% ใน 3Q25 ส่วนหนึ่งเกิดจากสัดส่วนรายได้จากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่มีกำไรขั้นต้นต่ำเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 416 ล้านบาท (+1%YoY,-2%QoQ)
• ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่ 69 ล้านบาท (+19%YoY,+45%QoQ) เกิดจากกิจการร่วมค้าพูเรม อาปิโก มีผลประกอบการที่ดีขึ้น ดอกเบี้ยจ่ายที่ 85 ล้านบาท (-18%YoY,+19%QoQ)
• ภาษีจ่ายอยู่ที่ 11 ล้านบาท (-84%YoY,-34%QoQ) เพราะบริษัทย่อยได้รับสิทธิประโยชน์ BOI เข้ามาตั้งแต่ปลาย 2Q25
• รวมทั้งปี 25 AH มีกำไรสุทธิ 731 ล้านบาท (-2%YoY) แต่ถ้าไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรปกติที่ 768 ล้านบาท (+8%YoY)
**ปี 26 ตั้งเป้าเติบโตเล็กน้อย **
ภาพรวมปี 26 AH ตั้งเป้าเติบโตในระดับ 2-4% โดยคาดเห็นการเติบโตชัดเจนในช่วง 2H26 หลังเริ่มรับรู้คำสั่งซื้อใหม่จากเข้ามา (ทั้งที่ไทย มาเลเซียและจีน) ส่วนที่โปรตุเกสคาดปีนี้จะผ่านจุดคุ้มทุนได้หลังจากปี 25 ยังขาดทุนกว่า 300 ล้านบาท สำหรับผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง AH คาดว่าจะกระทบในส่วนงานชิ้นส่วนพลาสติก ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 10% ของรายได้ในกลุ่ม OEMs เท่านั้น โดยปัจจุบันมีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับการผลิตได้ถึงช่วงกลางเดือน เม.ย. นี้ ทั้งนี้สิ่งที่ต้องติดตามใกล้ชิดคือการส่งออกรถยนต์ไปตะวันออกกลางว่าจะส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใด เพราะอาจจะทำให้ลูกค้าชะลอการผลิตได้
**
ปรับกำไรปี 26 ลง 2% **
จากภาวะอุตสาหกรรมที่ยังไม่แน่นอนเราจึงปรับกำไรปี 26 ลงจากเดิม 2% มาอยู่ที่ 789 ล้านบาท (+8%YoY) โดยปรับกำไรขั้นต้นเหลือ 8.59% จาก 8.76% สำหรับคำแนะนำการลงทุน เรายังแนะนำ “ซื้อ” ด้วยปัจจัยที่ AH เป็นผู้ประกอบการที่มีฐานการผลิตหลากราย ทำให้ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตลาดไทยเพียงแห่งเดียว โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ใหม่ที่ 15.8 บาท (7.1XPER’26E)