ส่องหุ้นไทย ใครอาจได้ประโยชน์จาก นโยบาย พ.ร.ก.กู้เงิน สี่แสนล้านบาท?
รัฐบาลเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หรือวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและยกระดับโครงสร้างประเทศในระยะยาว ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเริ่มจับตาว่า นโยบาย ครั้งนี้จะส่งผลต่อ หุ้นไทย กลุ่มใดบ้าง และมีบริษัทไหนที่อาจได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนของภาครัฐ
Pi Research จึงพา ส่องหุ้น ที่น่าจับตา พร้อมรวบรวม หุ้นแนะนำจากบล.พาย ที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว
พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ใช้ทำอะไร?
ภายใต้ นโยบาย กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ รัฐบาลแบ่งการใช้เงินออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่
- 200,000 ล้านบาท เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ กระตุ้นการบริโภค และเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน
- 200,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ สนับสนุนพลังงานทางเลือก และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
เมื่อเม็ดเงินเริ่มเข้าสู่ระบบ เศรษฐกิจในหลายภาคส่วนอาจได้รับแรงหนุน ส่งผลให้หุ้นในบางกลุ่มธุรกิจมีโอกาสเติบโตตามทิศทางของการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ
ส่องหุ้นไทย กลุ่มที่อาจได้อานิสงส์จาก พ.ร.ก.กู้เงินสี่แสนล้าน
1. กลุ่มค้าปลีกและศูนย์การค้า
หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภค ธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้าอาจได้รับประโยชน์โดยตรงจากยอดใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
หุ้นแนะนำจากบล.พาย
- CPALL
- CPAXT
- CPN
2. กลุ่มการเงิน
เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก ความต้องการสินเชื่อของประชาชนและผู้ประกอบการก็มีโอกาสเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย
หุ้นแนะนำจากบล.พาย
- MTC
- SAWAD
- TIDLOR
3. กลุ่มพลังงานทางเลือก
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ นโยบาย ใช้งบประมาณครั้งนี้ คือการสนับสนุนโครงการด้านพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ทำให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือกมีโอกาสได้รับประโยชน์
หุ้นแนะนำจากบล.พาย
- GUNKUL
4. กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน
หากรัฐบาลเร่งเดินหน้าโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทรับเหมาก่อสร้างอาจได้รับงานเพิ่มจากการลงทุนภาครัฐในระยะถัดไป
หุ้นแนะนำจากบล.พาย
- STECON
- CK
มุมมองการลงทุนจากบล.พาย
แม้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะเป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้กับหลายอุตสาหกรรม แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นทุกตัวจะปรับตัวขึ้นทันที เพราะผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น
- ความชัดเจนของรายละเอียดโครงการ
- ความรวดเร็วในการเบิกจ่ายงบประมาณ
- ประสิทธิภาพของการดำเนิน นโยบาย
- ภาพรวมเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก
ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของมาตรการอย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบริษัทก่อนตัดสินใจลงทุน
สรุป: หุ้นไทยกลุ่มไหนน่าจับตา?
หากเม็ดเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินสี่แสนล้านบาท ถูกผลักดันเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามแผน หุ้นในกลุ่ม ค้าปลีก การเงิน พลังงานทางเลือก และรับเหมาก่อสร้าง ถือเป็นกลุ่มที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์มากที่สุดในช่วงต่อจากนี้
+++++++++++++++
ที่มา: Pi Research, IAA Consensus (ข้อมูล ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2569)
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน