วางแผนภาษีปี 2569 ด้วยกองทุน Thai ESG และ RMF: จัดพอร์ตลดหย่อนภาษี พร้อมสร้างความมั่งคั่งระยะยาว
การวางแผนภาษีไม่ใช่เรื่องที่ควรรอจนถึงปลายปี เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระภาษีแล้ว ยังเป็นโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งผ่านการลงทุนระยะยาวอีกด้วย
สำหรับปี 2569 ผู้ที่ต้องการใช้ สิทธิ์ลดหย่อนภาษี สามารถเลือกลงทุนผ่าน กองทุน Thai ESG และ RMF ซึ่งมีนโยบายการลงทุนหลากหลาย ครอบคลุมทั้งตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ หุ้นเทคโนโลยี Healthcare หุ้นปันผล และธีมการลงทุนที่กำลังเติบโต ช่วยให้สามารถ จัดพอร์ตการลงทุน ได้สอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของแต่ละคน
ทำไมควรเริ่มวางแผนภาษีตั้งแต่วันนี้
หลายคนมักเริ่มมองหากองทุนลดหย่อนภาษีในช่วงเดือนสุดท้ายของปี ทำให้ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการลงทุน และมีเวลาจำกัดในการเปรียบเทียบกองทุน
แต่หากเริ่มวางแผนตั้งแต่ต้นปีหรือระหว่างปี จะได้รับข้อดีหลายด้าน เช่น
- ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในช่วงสิ้นปี
- สามารถทยอยลงทุนแบบ DCA เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
- มีเวลาศึกษาและเลือกกองทุนที่เหมาะกับเป้าหมายการลงทุน
- วางแผนกระแสเงินสดได้ง่ายขึ้น
การลงทุนอย่างต่อเนื่องยังช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว และทำให้การใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเงิน ไม่ใช่เพียงการซื้อกองทุนเพื่อให้ทันกำหนด
Thai ESG คืออะไร?
Thai ESG คือกองทุนลดหย่อนภาษีที่เน้นลงทุนในธุรกิจที่ดำเนินงานตามหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance)
จุดเด่นคือมีนโยบายการลงทุนให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
- กองทุนหุ้นไทย ESG
- กองทุนตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน
- กองทุนผสมที่กระจายลงทุนทั้งหุ้นและตราสารหนี้
จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนควบคู่กับการสนับสนุนธุรกิจที่มีความยั่งยืนในระยะยาว
สิทธิประโยชน์ทางภาษี Thai ESG
- ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน
- และไม่เกิน 300,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนด
RMF ทางเลือกสำหรับการออมเพื่อเกษียณ
RMF (Retirement Mutual Fund) เป็นกองทุนที่ออกแบบมาเพื่อการลงทุนระยะยาวและการเตรียมเงินสำหรับวัยเกษียณ
ปัจจุบัน RMF มีนโยบายลงทุนให้เลือกหลากหลายกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น
- ตราสารหนี้
- หุ้นไทย
- หุ้นทั่วโลก
- หุ้นเทคโนโลยี
- หุ้น Healthcare
- หุ้นปันผล
- กองทุนธีมการลงทุนระดับโลก
ความหลากหลายนี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถ จัดพอร์ตลงทุน ให้เหมาะกับช่วงอายุ เป้าหมายทางการเงิน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
สิทธิประโยชน์ทางภาษี RMF
- ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน
- และไม่เกิน 500,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
กองทุนแนะนำสำหรับการวางแผนภาษีปี 2569
กองทุน Thai ESG
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน พร้อมรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี
ตัวอย่างกองทุน
- K-BL30-ThaiESG
- K-TNZ-ThaiESG
- KKP GB THAI ESG
- ES-ESG3070-ThaiESG-A
- MT25-ThaiESG
- KFGBTHAIESG-A
กองทุน RMF
สำหรับผู้ที่ต้องการสะสมความมั่งคั่งระยะยาวและเตรียมเงินเกษียณ
ตัวอย่างกองทุน
- ES-GQGRMF (หุ้นเติบโตทั่วโลก)
- KKP TECH RMF-H (หุ้นเทคโนโลยีโลก)
- UGISRMF (ตราสารหนี้ทั่วโลก)
- KF-GDIVRMF (หุ้นปันผลทั่วโลก)
- KT-HEALTHC RMF (Healthcare)
- K-FIRMF (ตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาว)
การลงทุนลดหย่อนภาษี ควรมองมากกว่าการประหยัดภาษี
สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรเลือกกองทุนเพียงเพราะต้องการลดภาษีเท่านั้น แต่ควรเลือกให้สอดคล้องกับแผนการเงินในระยะยาว เช่น
- ต้องการสร้างเงินออมเพื่อเกษียณ
- ต้องการลดความผันผวนของพอร์ต
- ต้องการกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศ
- ต้องการเพิ่มสัดส่วนหุ้นเติบโตหรือหุ้นปันผล
- ต้องการสร้างพอร์ตที่สมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน
เมื่อกองทุนลดหย่อนภาษีถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการ จัดพอร์ตการลงทุน ก็จะช่วยให้เงินลงทุนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านโอกาสสร้างผลตอบแทนและการบริหารความเสี่ยง
เริ่มวางแผนวันนี้ เพื่อให้เงินเติบโตในวันข้างหน้า
การทยอยลงทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะตลาด และไม่ต้องกังวลกับการลงทุนก้อนใหญ่ในช่วงปลายปี
ไม่ว่าคุณจะต้องการเน้นความมั่นคงผ่านตราสารหนี้ มองหาโอกาสเติบโตจากหุ้นไทย หุ้นทั่วโลก หุ้นเทคโนโลยี หรือธีมการลงทุนแห่งอนาคต การเลือก กองทุน Thai ESG และ RMF ให้เหมาะกับเป้าหมาย จะช่วยให้ทั้งแผนการลงทุนและแผนภาษีเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
เริ่มวางแผนภาษีปี 2569 ตั้งแต่วันนี้ และเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีที่เหมาะกับคุณผ่าน Pi Financial
คำเตือน : ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ติดต่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัท