TACC (BUY : Fair Price : Bt 6.60) : รายได้มีโอกาสโตสูงกว่าเป้า 10%

Published
Share this article:

เรายังแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิมโดยมองว่า TACC ยังเติบได้ดีในอนาคตผ่าน 7-11 ทั้งการเปิดสาขาใหม่และการออกรสชาติใหม่ๆเพิ่ม ส่วนแผนการเพิ่มสัดส่วนรายได้นอกจากกลุ่ม 7-11 ทาง TACC มองถึงการเพิ่มรายได้จากสัดส่วนสินค้าเครื่องภายใต้แบรนด์ตัวเองอย่าง TRIVA หรือการเพิ่มประเภทสินค้าใม่อย่างเช่นที่เปิดขาย เจลลี่ซอง ในช่วง 1H25 ที่ผ่านมา ส่วนการควบคุมต้นทุน เริ่มมีการสต๊อก วัตถุดิบสำคัญอย่างเมล็ดกาแฟบ้างแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงจากการ ปรับตัวขึ้นเหมือนที่ผ่านมา และจากกำไรสุทธิในช่วง 1H25 ที่สูงถึง 152 ล้านบาท ทำให้เราปรับกำไรทั้งปีขึ้นเป็น 297 ล้านบาท (+20%YoY) จากเดิม 274 ล้านบาท

เป้ารายได้มีโอกาสเติบโตมากกว่า 10%YoY

• สรุปข้อมูลจากงาน Opportunities day วานนี้ ในแง่รายได้หลังจากช่วง 1H25 รายได้ของ TACC เพิ่มขึ้นถึง 16%YoY สูงกว่าเป้าที่เคย ตั้งไว้ตอนต้นปีที่จะเติบโต 10%YoY ทำให้ภาพรวมทั้งปีผู้บริหารคาดว่า รายได้มีโอกาสเติบโตได้ถึงระดับ 15%YoY ได้ โดยการเติบโตยังคง มาจากทั้งการเติบโตไปพร้อมกับ 7-11 และกลุ่มนอก 7-11 อย่างเช่นร้านกาแฟพันธ์ไทย เป็นต้น อย่างไรก็ตามระยะสั้นผลประกอบการงวด 3Q25 อาจจะเห็นการชะลอตัวจาก 2Q25 บ้างเพราะเข้าสู่ฤดูฝน

• ในแง่ต้นทุน ได้รับผลกระทบจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะราคาเมล็ดกาแฟ ที่กดดันให้กำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงในช่วง 2Q25 ทางบริษัทมีการแก้ไขปัญหาโดยการซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าเข้ามาแล้ว ทำให้หากหลังจากนี้ราคาเหมล็ดกาแฟปรับตัวเพิ่มขึ้นจะได้รับผลกระทบที่จำกัดและยังรักษาระดับกำไรขั้นต้นให้สูงกว่า 30% ได้

**2Q25 กำไรสุทธิทำสถิติใหม่ที่ 79 ล้านบาท **

งวด 2Q25 TACC มีกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดที่ 79 ล้านบาท (-15%YoY, +8%QoQ) มีรายได้ 578 ล้านบาท (+16%YoY,+9%QoQ) ได้รับผลดีจากการเข้าสู่ฤดูร้อนและเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่การออกสินค้าใหม่ได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นเครื่องดื่มรสโยเกิร์ต เป็นต้น (รวมถึงการเปิดสาขาใหม่ของ 7-11 ที่ยังมีต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ) ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 32% ลดลงจาก 33%ใน 2Q24 และ 32.5% ใน 1Q25 จากต้นทุนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่หากดูในแง่มูลค่ากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้น 12%YoY,7%QoQ เป็นผลจากรายได้ที่เพิ่มมาก ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 87 ล้านบาท (+4%YoY,+3%QoQ)

**ยังคงแนะนำ “ซื้อ” **

เรายังคงมีมุมมองที่ดีกับ TACC เช่นเดิมจากการเป็นบริษัทที่มีโอกาสเติบโตได้ต่อเนือง ทั้งตามการเติบโตของ 7-11 และการหากรายได้จากนอกกลุ่ม 7-11 ที่มีความพยายามสร้างแบรนด์สินค้าตัวเองมากขึ้น
และจากกำไรสุทธิในช่วง 1H25 ที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 56% ของกำไรสุทธิที่เราคาดไว้ที่ 274 ล้านบาท ทำให้เรามีการปรับกำไรทั้งปีขึ้นจากเดิม 8% มาอยู่ที่ 297 ล้านบาท (+20%YoY) และปรับรายได้มาอยู่ที่ 2,224 ล้านบาท (+14%YoY) โดยเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิมและประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ใหม่ที่ 6.6 บาท (13.6XPER’25E)